
พายุลูก 3 จ่อถล่มเหนือ-ตะวันออก
ชลประทานที่ 3 เผยเร่งเสริมคันดินจุดเสี่ยง ตั้งเครื่องสูบน้ำ รับมือพายุเข้าอีกระลอก 19-22 ก.ย.นี้ หวั่นน้ำทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจของภาคเหนือ
ชลประทานที่ 3 เผยเร่งเสริมคันดินจุดเสี่ยง ตั้งเครื่องสูบน้ำ รับมือพายุเข้าอีกระลอก 19-22 ก.ย.นี้ หวั่นน้ำทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจของภาคเหนือ
นายเทพพงษ์ ตรีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 ซึ่งรับผิดชอบโครงการชลประทานจังหวัด 4 แห่ง จ.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พิจิตร และนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมคันดินจุดเสี่ยง ตลิ่งต่ำ และตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำพังกำแพงทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนในวันที่ 19-22 ก.ย. จะมีพายุเข้ามาอีกนั้น หวั่นเกิดซ้ำรอย จ.สุโขทัย ฝนตกหนักจากอิทธิพลดีเปรสชันราอีจนน้ำในแม่น้ำยมพังกำแพงทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจจมบาดาลสร้างความเสียหายหนัก
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนว่า ช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. พายุเข้าไทยเป็นลูกที่ 3 ทำให้ฝนตกหนักภาคเหนือที่บริเวณ จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ตาก ภาคตะวันออกที่ จ.จันทบุรี และตราด ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือหลายจังหวัดยังวิกฤตเนื่องจากฝนตกหนักลงมาซ้ำอีกทำให้เกิดน้ำป่าทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนและพืชไร่สวนนาเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พะเยาประสบปัญหาน้ำท่วม 5 อำเภอ คือ อ.เมืองพะเยา ดอกคำใต้ ภูกามยาว แม่ใจ และจุน เดือดร้อนกว่า 500 หลัง ที่ จ.เชียงใหม่ น้ำท่วม 3 อำเภอ คือ อ.แม่ออน เชียงดาว และแม่แตง ที่ จ.แม่ฮ่องสอน 2 อำเภอ คือ อ.ปาย และปางมะผ้า ที่ จ.ลำปาง น้ำท่วม อ.แจ้ห่ม ชาวบ้าน ต.เมืองมาย ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกกว่า 150 หลัง
ด้าน นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะหารือกับคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-มาเลเซีย เพื่อประสานรัฐบาลมาเลเซียให้เครื่องบินบินเข้าน่านฟ้ามาเลเซียทำฝนหลวงเติมน้ำใส่เขื่อนบางลาง จ.ยะลา ซึ่งมีน้ำเหลือใช้ได้ประมาณ 2 เดือน







