posttoday
หนี้บัตรเครดิตส่อแห้ว

หนี้บัตรเครดิตส่อแห้ว

22 สิงหาคม 2553

กรณ์หวั่นนโยบายอุ้มหนี้บัตรเครดิตถูกโจมตีทางการเมือง เล็งให้ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้ ห้ามสร้างภาระให้รัฐ

กรณ์หวั่นนโยบายอุ้มหนี้บัตรเครดิตถูกโจมตีทางการเมือง เล็งให้ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้ ห้ามสร้างภาระให้รัฐ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจะพิจารณาการแก้ปัญหาลูกหนี้บัตรเครดิตที่เป็นหนี้นอกระบบอย่างรอบคอบ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่าเจ้าของบัตรเครดิตเป็นหนี้เพราะเหตุใดและมีหนี้สินอย่างอื่นอีกหรือไม่

ขณะที่การช่วยเหลือจะต้องไม่เป็นภาระของภาครัฐ เพราะการใช้เงินภาษีไปอุ้มลูกหนี้บัตรเครดิตคงไม่สามารถตอบคำถามในทางการเมืองได้ และมองว่าลูกหนี้บัตรเครดิตมีชีวิตที่ไม่ลำบากเหมือนคนยากจนที่เป็นหนี้นอกระบบ

รมว.คลัง กล่าวว่า แนวทางที่เป็นไปได้คือการขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ในการปรับโครงสร้างหนี้หรือรีไฟแนนซ์ลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีปัญหาในขณะนี้ ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 20-28% ต่อปี หรืออาจให้สถาบันการเงินของรัฐเข้ามาร่วมรีไฟแนนซ์ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงแต่ต้องคุ้มค่าความเสี่ยง เช่น 15% รวมถึงเปิดให้มีการชำระหนี้คืนที่ยาวขึ้น เพื่อลดภาระการผ่อนต่องวดน้อยลง

“แนวทางรีไฟแนนซ์ก็อาจเป็นไปได้ เพราะปัจจุบันลูกหนี้บัตรเครดิตเสียดอกเบี้ยถึง 20% ต่อปี แต่ก็ยังดีกว่าชาวบ้านที่เป็นหนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน” นายกรณ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการเงินด้วย โดยธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตซึ่งถือเป็นผู้ให้กู้ควรมีวินัยในการออกบัตรให้ลูกค้า เพราะบางคนมีบัตรเครดิตหลายใบโดยไม่จำเป็น สุดท้ายก็กลายเป็นภาระรัฐบาล

“วัฒนธรรมการปล่อยสินเชื่อของเจ้าหนี้ต้องระวังมากขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า รัฐบาลเตรียมแผนเปิดให้ประชาชนขึ้นทะเบียนแก้หนี้นอกระบบรอบ 2 ช่วงปลายปีนี้ โดยเน้นแก้หนี้ให้กับกลุ่มข้าราชการครู ลูกหนี้กลุ่มเกษตรกร และลูกหนี้บัตรเครดิต แต่จะต้องรอดูผลจากการทำโครงการในรอบแรกก่อนว่าจะออกมาเช่นไร

โดยยอดลูกหนี้ที่ขึ้นทะเบียนแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล ผ่าน 6 ธนาคารรัฐ มีจำนวน 1.18 ล้านราย มูลหนี้ 1.22 แสนล้านบาท สามารถเจรจาประนอมหนี้สำเร็จจำนวน 6.02 แสนราย เจรจาไม่สำเร็จจำนวน 1.82 แสนราย และยุติเรื่องจำนวน 3.97 แสนราย ล่าสุดธนาคารอนุมัติสินเชื่อไปแล้วจำนวน 4.12 แสนราย

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า โดยเฉลี่ยลูกหนี้นอกระบบที่ได้รับเงินกู้โอนเข้าสู่ระบบประมาณ 1 แสนบาทต่อราย จากเดิมที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 5-10% ต่อเดือน ก็ลดลงประหยัดดอกเบี้ยได้ 5,000-1 หมื่นบาทต่อเดือน เมื่อรวมทั้งหมดแล้วประหยัดได้ถึง 2,000-4,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือเท่ากับ 2.4-4.8 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน
นอกจากนั้น จะเร่งแจกบัตร “ลดหนี้ วินัยดีมีวงเงิน” ให้แก่ลูกหนี้ทั้ง 4.12 แสนคนภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยในบัตรจะมีบาร์โค้ด สำหรับใช้ในการชำระเงินกู้รายเดือนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ หากชำระคืนตรงตามกำหนดครบ 1 ปี ธนาคารจะมีวงเงินสำรองฉุกเฉินให้ในเดือนที่ 13 ซึ่งผู้ถือบัตรสามารถนำไปกดจากตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคารที่ร่วมโครงการได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน