
2ปีคสช.สอบผ่านการเมืองแต่ต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ม.รามคำแหงชี้ 2ปีคสช.สอบผ่านการเมืองแต่ต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ม.รามคำแหงชี้ 2ปีคสช.สอบผ่านการเมืองแต่ต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ
นายพัฒนะ เรือนใจดี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า ผลงาน 2 ปีของรัฐบาล โดยในด้านการเมือง ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาล ที่รัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ ทำให้โรดแมปที่รัฐบาลกำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายลูกที่จะออกมา 4 ฉบับบวกกับอีก 6 ฉบับ หรือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นปลายปีหน้าเป็นไปตามสัญญา ทำให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือจากภาคราชการ ภาคเอกชนต่างๆ เกิดความเชื่อมั่น ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพราะมองว่ารัฐมีความมั่นคงในการดำเนินนโยบาย
ขณะเดียวกัน ในด้านเศรษฐกิจ ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว หรือธุรกิจภาคบริการ ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ถือเป็นรายรับสำคัญของประเทศไทย ส่วนเรื่องอุตสาหกรรมไม่ต้องพูดถึงเพราะลำบาก เนื่องด้วยเศรษฐกิจทั้งโลกตกต่ำ ฉะนั้น คิดว่าในส่วนนี้รัฐบาลยังต้องแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก มันไม่กระเตื้องเท่าที่ควร
“ถ้าเราดูตัวเลขส่งออก ภาคบริการและท่องเที่ยว มันแย่ แต่ในทางการเมืองมันไปได้ ดังนั้น ความแจ่มชัด แจ่มใส ของรัฐบาล จึงไม่สามารถวัดผลได้ในระยะเวลาอันใกล้ ต้องพูดถึงหลังเลือกตั้งซึ่งจะสำคัญมาก สิ่งที่รัฐลงทุนไปในโครงสร้างขั้นพื้นฐานต่างๆ มันจะเห็นผลเป็นผล ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ หรือถนนโครงข่ายต่างๆ ซึ่งมันยังสร้างไม่เสร็จ จึงยังไม่ตอบโจทย์ในการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางผังเมืองเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทำงานอีกมาก แต่ชัยชนะด้านเมืองของรัฐบาลสร้างความมั่นใจพร้อมทั้งเรียกศรัทธาจากคนในประเทศและต่างประเทศมาก แต่มันจะยังไม่เป็นผล จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง”
ส่วนเรื่องการปราบโกงและการรักษาความสงบเมื่อเทียบกับรัฐบาลเลือกตั้ง ส่วนตัวมองรัฐบาลเลือกตั้งมีข้อกัด โดยเฉพาะในเรื่องการออกกฎหมายจนทำให้การแก้ไขปัญหาหลายอย่างยืดเยื้อ ต่างจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีการใช้มาตรา 44 ทว่า สิ่งสำคัญนายกฯไม่ควรใช้มาตรานี้กับทุกเรื่อง เช่น การศึกษา ซึ่งคิดว่าการยุบสภามหาลัยวิทยาลัย ปลดอธิการหรือรองอธิการบดี หรือคณะผู้บริหาร ไม่ชัดเจนในแง่ธรรมาภิบาล โดยกลไกปกติสามารถแก้ไขปัญหาได้ การใช้มาตราดังกล่าวถ้าฟังกระแสสังคมอย่างเดียวอาจจะเป็นจุดเปราะของรัฐบาล เหมือนบูมเมอแรงสะท้อนกลับมาในด้านลบด้วย
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย สะท้อนมุมเรื่องดังโดยเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า นายกฯมีความพยามแก้ปัญหาต่างๆ แต่สิ่งที่ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วง คือ ทำอย่างไรต่อการแก้ปัญหาให้ประชาชนในระดับกลาง และระดับล่าง
อย่างไรก็ดี ตอนนี้สภาพความยากจน เรื่องปัญหาต่างๆมันยังไม่สามารถแก้ถึงระดับล่างได้ แม้นายกฯสามารถแก้ไขปัญหาในระดับบนจนคลี่คลายไปได้ แต่วันนี้ระดับกลางและระดับล่างจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหา ในฐานะที่เป็นรัฐบาลขับเคลื่อน ส่วนปัญหาเรื่องอื่นนั้น รัฐบาลก็ยังมีความพยายาม
นายศุภชัย ยกตัวอย่างเช่น การทุจริตก็ยังมี แต่ปัญหาพื้นๆ ที่ยังไม่มีใครแก้ได้และยังเป็นปัญหาอยู่ คือ สภาพการจราจรในเมืองใหญ่ที่ยังทำไม่ได้และจำเป็นต้องเร่งปรับ แม้ภาพรวมปัญหาต่างๆนายกฯทำได้ดี คงไม่จำเป็นต้องพูดถึง







