posttoday
ผู้ใดครองเทคโนโลยีผู้นั้นครองอำนาจ

ผู้ใดครองเทคโนโลยีผู้นั้นครองอำนาจ

16 กันยายน 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเห็นคำคำนี้ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วลองๆ มาค้นดูด้วยกูเกิล จะมาจากประโยคฉบับเต็มว่า

“ผู้ใดครองเทคโนโลยี ผู้นั้นครองเศรษฐกิจ ผู้ใดครองเศรษฐกิจ ผู้นั้นครองอำนาจ” เป็นคำกล่าวของท่านดำรง ลัทธพิพัฒน์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัย 30 ปีก่อน  เข้าใจเองว่าท่านกล่าวถึงสมัยการเปลี่ยนผ่านช่วงหนึ่งของอุตสาหกรรมการผลิต ที่ต้องมีการปรับกระบวนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ด้วยเทคโนโลยี การผลิตเมื่อ 30 ปีก่อน ใครสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อได้สินค้าที่ทันสมัยขึ้น ต้นทุน ปริมาณการผลิตและความผิดพลาดลดลง ผู้นั้นจะชนะ และเมื่อชนะด้วยเทคโนโลยีก็จะครองเศรษฐกิจ และเมื่อครองเศรษฐกิจก็จะครองอำนาจได้ ถือเป็นอมตะวาจาหนึ่งที่ได้พิสูจน์แล้ว “ผู้ใดครองเทคโนโลยี ผู้นั้นครองอำนาจ”

วันนี้รูปแบบของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีมูลค่ากิจการสูงก็มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่โรงงานผลิตขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมเหมือน 30 ปีก่อน แต่เป็นภาคบริการที่มีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังการบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งโลก สำหรับประเทศไทยเราเห็นชัดมากในปีสองปีที่ผ่านมา เพราะเราประสบความสำเร็จในมุมหนึ่งคือการผลักดันให้เกิด Digital Economy จากหลายภาคส่วน โดยส่วนสำคัญที่สุด คือการปลดปล่อยอินฟราสตรักเจอร์ด้านโทรคมนาคม ทำให้เกิดการแข่งขันและขยายโครงข่าย จนประชาชนสามารถเข้าถึงระบบ Virtual Economy ได้ง่ายและครอบคลุมขึ้น ประชาชนเป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้นำเสนอบริการบนระบบออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม และกว้างขวางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งนี้ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีทางเลือกทันที และหากเราสามารถเก็บแรงขับเคลื่อนแบบนี้ไว้ได้สักระยะ ผู้เขียนเชื่อว่าเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และพื้นฐานทางเทคนิค ประเทศไทยไม่แพ้ใครแน่ จะมีผู้ชนะในเกมนี้จำนวนหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะชนะทั้งหมด แต่มีข้อยกเว้นอยู่เรื่องเดียว

เราไม่สามารถให้ประเทศมีแต่ผู้บริโภค ไม่ว่าการบริโภคนั้นจะเป็นสินค้า แนวคิด กรอบกฎหมาย กติกาต่างๆ เราต้องการผู้ผลิตภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า สังคมไทยบริโภคสิ่งต่างๆ จากภายนอกง่ายมาก และเชื่อมั่นง่ายกว่าผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยเอง แต่ระบบเศรษฐกิจซึ่งอนาคตจะแข่งขันกันด้วยความเร่ง (Economy of Acceleration) ไม่ใช่ความเร็ว (Economy of Speed) อีกต่อไป  เราต้องมีเทคโนโลยีของตัวเองให้มาก ไม่อย่างนั้นไม่มีทางเร่งขึ้น (Economy of Acceleration เป็นคนละความหมายกับความเร่งทางเศรษฐศาสตร์) ข้อยกเว้นที่ผู้เขียนหมายถึง คือ ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญกับผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของไทย ต้องหล่อเลี้ยงและส่งเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หรือที่เรียกติดปากว่า Big Data Management การส่งเสริมอะไรก็ตามแต่ที่สามารถให้ข้อมูลต่างๆ อยู่ในมือของธุรกิจไทยให้มาก น่าทำ ซึ่งไม่ได้แปลว่าต้องกีดกันคนอื่นๆ แต่ต้องสร้างทางเลือกเพื่อสร้างการต่อรอง จะทำให้ในระยะยาวประเทศมีความได้เปรียบด้านการใช้ข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค ธุรกิจในวันข้างหน้าจะเปิดตัวและปิดตัวอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวทีสำหรับผู้ลองผิดลองถูก ข้อมูลในการวิเคราะห์จึงสำคัญอย่างยิ่งยวด

ข้อมูลเหล่านี้จะมาจากไหน หากไม่ใช่จากเครื่องมือต่างๆ ที่ผู้บริโภคใช้งานฟรี ไม่ว่าจะเป็น Social Network, Instant Messaging สารพัดชนิด ที่ทั้งสองอย่างผู้บริโภคไทยใช้ติดอันดับโลกทั้งคู่  มีปรมาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่ง กล่าวว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” เป็นข้อคิดที่ดีมาก

ข้อยกเว้นที่เขียนไว้ข้างบนหมายถึงว่า ภาครัฐจะฝ่ายไหนก็ตาม อย่าแทรกแซง กำหนดกติกา หรือส่งเสริมอะไรที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบตั้งแต่จุดเริ่มต้น ขอทางสายกลาง ไม่ต้องปกป้องผู้ประกอบการไทยทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรผลักธุรกรรมการค้าทั้งระบบไปอยู่ในมือใครคนใดคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ เพราะธรรมชาติการแข่งขันมันจะพาผู้ประกอบการไปอยู่แล้ว พื้นฐานคนส่วนใหญ่ เรามีผู้ผลิต ผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมาก เพราะการชนะหรือแพ้ของภาคผลิตเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่การแพ้ชนะของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่เป็นการแพ้ชนะของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

เห็นการเคลื่อนตัวบางอย่างของนโยบายเศรษฐกิจแล้วเป็นห่วง อำนาจทางเศรษฐกิจของประเทศจะไปอยู่ที่ค่ายไหน ขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆ จะไปอยู่ในมือใคร ด้วยเทคโนโลยีแบบไหนหลายประเทศเริ่่มสร้างDigital Wall เพื่อปกป้องข้อมูลบางอย่างทางเศรษฐกิจ เขาทำเพราะมีบทเรียนทั้งนั้น ผู้บริหารเศรษฐกิจไทยเข้าใจสิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างแน่นอน แต่จะใช้ศิลปะแบบไหน  นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาสร้างอำนาจให้ประเทศ คิดถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ จริงๆ ยังจำได้ สุริยัน จันทรา โปรแกรมระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส หน่วยงานนวัตกรรมของรัฐผลิตเอง รัฐลงทุนให้รัฐใช้ แจกฟรีข้ามกระทรวง ยังไม่ยอมใช้ เพราะไม่เชื่อระบบเปิด ต้องลองกลับไปทบทวนบทเรียนราคาแพงเหล่านี้ เพราะวันนี้ทุกคนแทบจะใช้โครงสร้างพื้นฐานจากระบบเปิดในโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจจีนผงาดในโลกขนาดนี้ ลองดูจีนใช้เทคโนโลยีแบบตัวเองสร้างประเทศ เขาคิดอะไรของเขา คิดเฉพาะเรื่องการเมืองของเขาหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก มังกรยักษ์ ไม่ใช่กิ้งกือ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69