posttoday

"บิ๊กตู่"แถลงโชว์ตัวเลข'ดีงาม'ยกฐานะสู่ประเทศโลกที่ 1

16 กันยายน 2559

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นำทัพครม.แถลงผลงาน 2 ปี ในแต่ละด้าน ไว้อย่างน่าสนใจ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วครบรอบ 2 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำทัพคณะรัฐมนตรีแถลงผลงาน 2 ปี ในแต่ละด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การศึกษา ไว้อย่างน่าสนใจ

ถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า "รัฐบาลยึดโยงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และยึดหลักธรรมาภิบาล สุจริตโปร่งใส เพื่อเป้าหมายสำคัญในการวางรากฐานให้รัฐบาล ในอนาคตได้บริหารประเทศอย่างมี ธรรมาภิบาลภายใต้กฎกติกาที่เหมาะสม"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในประเทศไทยไม่ค่อยสงบสุข การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า เศรษฐกิจไม่ได้รับการปฏิรูปทั้งระบบ เกิดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ประชาชนมีรายได้น้อย สังคมมีความสับสนวุ่นวาย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กระทำได้จำกัด การวิจัย การพัฒนา เพื่อสร้างนวัตกรรมไม่ต่อเนื่อง ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม การที่ประเทศไม่มีแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวที่ชัดเจน ทำให้ประเทศขาดทิศทางในการพัฒนา ที่สำคัญหลายภาคส่วนไม่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ประเทศเผชิญกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดของชาติ ทุกประเด็นเหล่านี้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปประเทศ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราเจอปัญหาความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกประเทศ และยังเจอกับปัญหาด้านเศรษฐกิจโลก ในปี 2558 มีการขยายตัวในเกณฑ์ต่ำ เพียงร้อยละ 3 ซึ่งต่ำกว่าที่ประมาณการ ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2559 ก็ยังคงขยายตัวเพียงร้อยละ 3.1 รวมทั้งประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจขยายตัวชะลอลง แต่ในทางกลับกัน จากการประเมินของหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่มีต่อประเทศไทย สะท้อนผลการทำงานของรัฐบาลว่าเป็น ไปในทิศทางที่ดีขึ้น สรุปได้ดังนี้

ด้านความเสี่ยงความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น จากอันดับที่ 58 ในปี2557 เป็นอันดับที่ 51 ในปี 2559 ความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐดีขึ้นจากอันดับที่ 57 ในปี 2557 เป็นอันดับที่ 25 ในปี 2559 จำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดลงกว่าร้อยละ 50 จำนวนคดียาเสพติดลดลงกว่าร้อยละ 50 ขณะที่ผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) เกือบ 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งดีขึ้นต่อเนื่องจากอันดับที่ 102 ในปี 2556 มาอยู่ที่อันดับ 76 ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรอบ 6 ปี และมีความโปร่งใสดีที่สุดในรอบ 10 ปี

นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้บริหารประเทศในทุกมิติทั้ง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม และการทำงานในปัจจุบันเป็นระยะที่ 2 ของโรดแมป คือ การเริ่มต้นปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ปฏิรูปการบริหารราชการ และการจัดทำแผนที่นำทางไปสู่อนาคตตามวิสัยทัศน์ มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืน นำเอาปัจจัยภายในและภายนอก กำหนดว่าประเทศไทยควรจะทำอย่างไร ด้วยวิธีการใดจึงจะเกิดผลดีที่สุดกับประชาชน และสามารถปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21

"เราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปประเทศในทุกระบบ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นชาติที่ไร้การพัฒนา และถูกทิ้งรั้งไว้เบื้องหลัง ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ถ้าไม่ทำวันนี้ โอกาสของประเทศไทย โอกาสของคนไทยจะสูญเสียไปอย่างมหาศาลและยากที่จะเรียกกลับคืนมาได้"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากการรักษาสมดุลในการบริหารประเทศทั้ง 6 มิติแล้ว ภารกิจสำคัญของรัฐบาลในอนาคตจากนี้ คือการสร้างฐานรากสู่อนาคตตามโมเดล "ไทยแลนด์ 4.0" และการเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลกรวมทั้งการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านกลไก "ประชารัฐ" และสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการศึกษาตลอดชีวิต การวางระบบการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน สนับสนุนการลงทุนภายในประเทศด้วยการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทันสมัย การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลักดัน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและการจ้างงาน เปลี่ยนจากการค้าขายสินค้าเกษตรต้นน้ำ ไปสู่การสร้างสินค้าเกษตรนวัตกรรมเพื่อการแข่งขัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาการใช้อำนาจพิเศษเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย รักษาสถาบัน เกิดการบูรณาการในทางสร้างสรรค์ ไม่ติดขัดในการทำงาน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็ผ่อนคลายอย่าไปทำให้มันย้อนกลับมาที่เดิมอีก การเมืองที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่เคารพกฎหมาย  หาผลประโยชน์เพื่อกลุ่มตน พวกพ้อง ล้วนเป็นการทำลายชาติและเป็นภัยร้ายแรงของประเทศจะต้องถูกขจัดให้หมดไปจากแผ่นดิน อย่าเอาอะไรไปเชื่อมโยงบอกว่าไปทำเรื่องจราจรแล้วมาโวฟุ้ง มันใช่หรือไม่ต้องเอาสิ่งที่พูดไปทำขยายความเข้าใจขอความร่วมมือกับประชาชนให้ช่วยกัน แต่นี่ตีรัฐบาลทุกวันจับผิดทุกเรื่อง เราไม่ใช่ศัตรูกันอีกแล้วทุกคน

สำหรับภารกิจของรัฐบาลในอนาคตระยะที่ 3 นายกฯ คือการส่งมอบหน้าที่ต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะต้องรับภารหน้าที่ในการบริหารประเทศช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งถ้าเปลี่ยนผ่าน "สำเร็จ"

เราจะมีโอกาสยกฐานะไปสู่ "ประเทศในโลกที่ 1" นั่นหมายถึงประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้เฉลี่ยของประชากรสูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขสงบเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ การเมืองที่มีเสถียรภาพ นักการเมืองมีธรรมาภิบาล สังคมมีกฎกติกา และประเทศไทยมีพื้นที่ยืนในเวทีโลกอย่างสง่างาม

อย่างไรก็ตาม ทุกเรื่องเป็นจริงได้ ถ้าคนไทยทุกคนร่วมมือ ร่วมใจเดินไปด้วยกันทุกคน และความสำเร็จนี้จะเป็นความสำเร็จร่วมกันของเราทุกคน

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ซันเดอร์แลนด์ พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้