posttoday
บาทแข็งฉุดเศรษฐกิจไทย

บาทแข็งฉุดเศรษฐกิจไทย

15 กันยายน 2559

ฮิโรชิ โคทานิ คอลัมนิสต์ของสำนักข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว แสดงทัศนะว่า การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทไทย มีความเสี่ยงฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทส่งออก ขณะที่ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับญี่ปุ่น

ฮิโรชิ โคทานิ คอลัมนิสต์ของสำนักข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว แสดงทัศนะว่า การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทไทย มีความเสี่ยงฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทส่งออก ขณะที่ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับญี่ปุ่น

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกอย่างมาก โดยคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ดังนั้นการส่งออกที่ปรับตัวลดลงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้เริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบในช่วงรัฐประหารปี 2014 ที่เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 0.8% โดยเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวที่ 3-3.5% ในปี 2016

รายงานอ้างคำพูดของ สนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าไทย ว่า หากค่าเงินบาทไม่มีความผันผวน การส่งออกไทยคาดว่าจะขยายตัวที่ 0-2% พร้อมเสริมว่า ระดับการแข็งค่าของเงินบาทที่บรรดาผู้ส่งออกยอมรับได้อยู่ที่ 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ

ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นของไทยระบุว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมีสาเหตุมาจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ไทย ท่ามกลางภาวะสภาพคล่องล้นตลาด ซึ่งเกิดจากการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 1.1 แสนล้านบาท ในช่วง 8 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย โดยโคทานิ กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยมีผลกระทบรุนแรงมากกว่า ซึ่งทำให้ดีมานด์ภายในประเทศซบเซาในระยะยาว

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า การส่งออกของไทยช่วงครึ่งแรกของปีลดลง 2.2% จากปีก่อนหน้า แต่การนำเข้ากลับร่วงลงหนักกว่าที่ 11.1%

ด้าน เทปเป อิโนะ นักวิเคราะห์จากธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยมีความคล้ายคลึงกับในญี่ปุ่น

รายงานระบุว่า ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าชาติอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ไทยยังเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 6,000 เหรียญสหรัฐ/หัว (ราว 2 แสนบาท) แต่จำนวนประชากรไทยแทบไม่ขยายตัว และไทยไม่สามารถหวังพึ่งการขยายตัวของประชากรเพื่อกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศได้ แตกต่างจากฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย

ขณะที่ โคตะ ฮิรายามะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากบริษัทหลักทรัพย์ เอสเอ็มบีซี นิกโก ซิเคียวริตี้ส์ คาดการณ์ว่า เงินบาทจะค่อยๆ แข็งค่าต่อเนื่องในระยะยาว และอาจกลับไปอยู่ที่ระดับ 30 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยฮิรายามะแนะว่า รัฐบาลไทยควรเร่งเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่