posttoday
ลุ้นศก.ดิจิทัลอาเซียน7ล้านล.

ลุ้นศก.ดิจิทัลอาเซียน7ล้านล.

14 กันยายน 2559

เชื่อปี 2568 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่าเศรษฐกิจบนออนไลน์แตะ 7 ล้านล้าน โต 6.5 เท่า

เชื่อปี 2568 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่าเศรษฐกิจบนออนไลน์แตะ 7 ล้านล้าน โต 6.5 เท่า

นายเบน คิง หัวหน้าประจำประเทศไทย กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยในงานแคท เน็ตเวิร์ก โชว์เคส 2016 ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโอกาสเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจบนออนไลน์ไปถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7 ล้านล้านบาท ได้ใน 9-10 ปี หรือปี 2568 ซึ่งเป็นการโต 6.5 เท่าจากปี 2558

สำหรับแนวทางที่จะทำให้ไปถึงได้ ต้องมี 6 ปัจจัยสนับสนุน คือ 1.การระดมทุนของกลุ่มสตาร์ทอัพ หรือธุรกิจเกิดใหม่ที่เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี 2.บุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัล 3.ระบบการชำระเงิน 4.โครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ต 5.ระบบโลจิสติกส์ และ 6.ความมั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อการใช้ออนไลน์

ทั้งนี้ กูเกิลได้ร่วมกับเทมาเสกประเมินภาพรวมมูลค่าเศรษฐกิจบนอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน พบว่าปีที่ผ่านมามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคนี้ 260 ล้านคน แต่คาดว่าจะเพิ่ม 1.8 เท่าเป็น 480 ล้านคน ในปี 2568 หรือเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 3.8 ล้านคน ถือเป็นภูมิภาคที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโตเร็วมาก ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการที่ประชากรมีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตดีขึ้น 70% ของประชากรอายุน้อยกว่า 40 ปี กลุ่มนี้สื่อสารผ่านออนไลน์เป็นลำดับต้นๆ ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของภูมิภาคโตเฉลี่ยปีละ 5.3% เป็นส่วนสำคัญทำให้คนมีรายได้ต่อหัวเพิ่มจึงเข้าถึงอินเทอร์เน็ตดีขึ้น และระบบการชำระเงินเอื้ออำนวยต่อการใช้จ่ายบนออนไลน์มากขึ้น

จากการประเมินดังกล่าวมองว่า มูลค่าเศรษฐกิจบนออนไลน์ที่คาดไว้ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 จะมาจากการใช้จ่ายหลักๆ 3 ด้าน คือ 1.การซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ 2.การท่องเที่ยว และ 3.การใช้สื่อออนไลน์ พร้อมทั้งยังมีด้านอื่นที่มีโอกาสทำให้เศรษฐกิจบนออนไลน์โตได้อีก คือการใช้จ่ายในภาคการศึกษา บันเทิง บริการทางการเงิน และด้านบริการสุขภาพ

ขณะเดียวกันสตาร์ทอัพก็เป็นปัจจัยสำคัญช่วยผลักดันการใช้จ่าย ซึ่งในภูมิภาคนี้มีสตาร์ทอัพกว่า 7,000 ราย ปีที่ผ่านมาสตาร์ทอัพในภูมิภาคนี้ระดมทุนและมีมูลค่าธุรกิจ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับเวลาแค่ 4 ปีก่อนหน้า โดยประเทศในภูมิภาคนี้ที่สตาร์ทอัพระดมทุนมูลค่าสูงสุดก็คือสิงคโปร์ คิดเป็น 80% ของทั้งภูมิภาค

เมื่อแบ่งสัดส่วนการระดมทุนที่เกิดจากสตาร์ทอัพแต่ละประเทศ พบว่าในไทยเป็นสตาร์ทอัพที่ระดมทุนขนาดต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ต่ำกว่า 350 ล้านบาท) 348 ราย ระดมทุน 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ (350-3,500 ล้านบาท) 8 ราย ระดมทุนมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (มากว่า 3,500 ล้านบาท) 2 ราย แต่ยังไม่มีสตาร์ทอัพที่ระดมทุนเกินกว่านั้นเลย ส่วนอินโดนีเซีย มี 2,010 ราย ระดมทุนน้อยกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 16 ราย 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ 7 ราย มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเลเซีย 749 ราย ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 7 ราย 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ 3 ราย มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

สิงคโปร์ มี 1,807 ราย ระดมทุนต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 27 ราย 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ 12 ราย มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 4 ราย ระดมทุนมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ฟิลิปปินส์ 377 ราย ระดมทุนต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 7 ราย 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ 1 ราย มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เวียดนาม 1,529 ราย ระดมทุนต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 9 ราย 10-100 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 3 ราย มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ปี 2557 มูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพต่อจีดีพีของสหรัฐยู่ที่ 0.30% อินเดีย 0.25% จีน 0.15% ยุโรป 0.06% เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 0.04% ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีโอกาสโตได้อีกมาก ถ้าผลักดันคนที่มีอยู่ ให้มีความสามารถด้านดิจิทัลได้ ซึ่งภาคการศึกษาจะต้องเกื้อหนุน”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69