
แม่ร้องสื่อลูกสาวม.5ถูกครูปาแก้วใส่ปากเบี้ยว
ปทุมธานี-แม่สาวม.5ร้องสื่อลูกถูกครูพละปาแก้วน้ำใส่ปากเบี้ยวต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่า3แสนแต่ทางโรงเรียนกลับจ่ายช่วยแค่8หมื่นบาท
ปทุมธานี-แม่สาวม.5ร้องสื่อลูกถูกครูพละปาแก้วน้ำใส่ปากเบี้ยวต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่า3แสนแต่ทางโรงเรียนกลับจ่ายช่วยแค่8หมื่นบาท
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. แม่พาลูกสาววัย17ปีนักเรียนชั้นม.5ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในอ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เข้าร้องเรียนต่อสือมวลชนที่จ.ปทุมธานีว่า บุตรสาวได้ถูกครูพละของโรงเรียนเดียวกัน ปาถ้วยแก้วเซรามิกใส่ที่ใบหน้าถูกบริเวณคิ้วด้านซ้ายจนประสาทเสีย ใบหน้าเริ่มเบี้ยวและเสียโฉม ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 8ส.ค.59 ได้มีการเดินทางไปแจ้งความแล้วที่สภ.โชคชัย แต่คดีไม่มีความคืบหน้า
นักเรียนหญิง ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา09.00น.ของวันเกิดเหตุ กำลังเรียนวิชาพลศึกษา ครูพละได้สั่งให้มานั่งเข้าแถว แต่เห็นว่าจุดที่ให้ไปนั่งมีแดดส่องและร้อนมากจึงได้ลุกขึ้นยืน ครูไม่พอใจและใช้แก้วน้ำเซรามิกขนาดใหญ่เหวี่ยงใส่เข้าที่หัวคิ้วข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บเป็นแผลบวม หลังเลิกเรียนได้กลับบ้านไปก็ไม่ได้บอกผู้ปกครอง
"กระทั่งช่วงกลางดึกได้ไปอาบน้ำ ก็พบว่าขณะแปรงฟันอยู่ น้ำในปากได้ไหลออกมาคล้ายปากปิดไม่สนิท จึงส่องกระจกก็พบว่าปากเบี้ยวไปทางมุมด้านขวาจนผิดรูป ช่วงเวลานอนตาด้านซ้ายก็ปิดไม่สนิท จึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้ปกครองฟัง และวันที่ 9 ส.ค.จึงเดินทางไปแจ้งความที่สภ.โชคชัย หลังแจ้งความเสร็จได้ขอบันทึกประจำวันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ"ผู้เสียหายระบุ
ขณะที่แม่ผู้เสียหายกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ได้พาลูกเข้าไปพบผู้อำนวยการของโรงเรียนได้มีการเจรจาว่าจะรักษาลูกจนกว่าจะหาย จึงได้พาลูกไปเข้ารับการรักษาที่ร.พ.ในจ.นครราชสีมาหลายแห่ง แต่ก็ไม่หายเพราะเส้นประสาทบวมได้รับความกระทบกระเทือน จึงมาทำการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าใช้จ่ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า3แสนบาท จึงได้มีการพูดคุยกับ ผอ.โรงเรียนเพื่อให้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกครั้งแต่ทางโรงเรียนยอมจ่ายเพียง 80,000 บาท
"เหตุการณ์เกิดขึ้นผู้เป็นครูก็ไม่สมควรกระทำ แถมท้ายเรื่องคดีความก็เงียบหาย และตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนวันนี้ ทางครูผู้กระทำไม่เคยสนใจ หรือโทรมาพูดคุยขอโทษกำการกระทำดังกล่าวเลยสักครั้งก็ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครนอกจากให้สื่อมวลชนช่วยเสนอข่าวและให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของตนและลูกสาวด้วย"แม่ของนักเรียนสาวระบุ
ภาพด้านล่างแสดงใบหน้าของผู้เสียหาย ก่อน/หลังเกิดเหตุ







