
เข้มแบงก์ออนไลน์
กสทช.สั่งธนาคารส่งข้อมูล 15 ล้านรายให้ค่ายมือถือ ห้ามมอบอำนาจออกซิม
กสทช.สั่งธนาคารส่งข้อมูล 15 ล้านรายให้ค่ายมือถือ ห้ามมอบอำนาจออกซิม
กสทช.วางกฎใช้บริการการเงินผ่านมือถือเพื่อสร้างความเชื่อมั่น สแกนนิ้วมือออกซิมการ์ดใหม่เริ่มใช้ปี 2560
การหารือระหว่างสมาคมธนาคารไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่ใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ หลังจากเกิดปัญหาประชาชนหลายรายถูกโจรกรรมเงินโดยอาศัยช่องโหว่จากระบบที่ไม่รัดกุม
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ได้ข้อสรุปให้ธนาคารส่งข้อมูลผู้ใช้ระบบพร้อมเพย์ โมบายแบงก์กิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ประมาณ 15 ล้านราย ให้ กสทช.ส่งต่อให้ผู้ประกอบการมือถือดูแลลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกรณีพิเศษ หากลูกค้าจะเปลี่ยนซิมการ์ดหรือโอนย้ายเลขหมายจะต้องดำเนินการด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน
“ข้อมูลส่งให้ กสทช.จะส่งแต่หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่มีข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเงินไปให้ค่ายมือถือ และลูกค้าจะต้องยินยอมให้ส่งต่อข้อมูลด้วยเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรม” นายฐากร กล่าว
นอกจากนี้ ได้ให้นำระบบสแกนลายนิ้วมือมาใช้ ยืนยันตัวตนหากต้องการออกซิมการ์ดใหม่ โดย กสทช.จะช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการโดยนำเงินจากกองทุนยูเอสโอ
มาสนับสนุนบางส่วน ระบบดังกล่าวจะต้องนำมาใช้ในปี 2560
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารจะไม่บังคับลูกค้าต้องยินยอมส่งข้อมูลให้ค่ายมือถือ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่ผู้ที่ไม่ยินยอมอาจไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ส่วนเงื่อนไขการรับผิดชอบ หากพิสูจน์ได้ว่าผู้บริโภคไม่ผิด ธนาคารรับผิดชอบอยู่แล้ว
นายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ผู้ประกอบการกำลังศึกษาการสแกนลายนิ้วมือก่อนปรับปรุงระบบเพื่อรองรับ ซึ่งจะทำให้ระบบการจดทะเบียนซิมรัดกุมมากขึ้น ยกระดับดูแลความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์







