
‘เมกาเคม’พัฒนาการศึกษาไทย เพื่ออนาคตลูกหลาน
เชื่อว่าทุกคนต่างตระหนักดีว่าการพัฒนาในเรื่องของการศึกษา เป็นพื้นฐานและเป็นฐานรากที่สำคัญ
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
เชื่อว่าทุกคนต่างตระหนักดีว่าการพัฒนาในเรื่องของการศึกษา เป็นพื้นฐานและเป็นฐานรากที่สำคัญ เพราะหากเยาวชนไทย มีความรู้ มีการศึกษาที่ดีก็จะโตมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศและหนุนให้ประเทศพัฒนาและเจริญก้าวหน้า และยิ่งสำคัญกว่าการที่เด็กจะมีการเรียนที่ดี ครูหรือแม่พิมพ์ผู้ที่จะทำหน้าที่ในการให้ความรู้จะต้องถ่ายทอดได้ดีและมีคุณภาพเช่นกัน
บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) หรือ MGT ดำเนินธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศ ภายใต้การนำของ “วิทยา อินาลา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเจ้าของกิจการ ตระหนักดีในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของครู จึงได้นำระบบการศึกษาแบบ “STEM Education” จากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาสนับสนุนการศึกษาในโครงการ “MGT Dr.Vitthaya-Pimchai School OF Science” โดยโครงการนี้มีเพื่อพัฒนาการศึกษาให้กับโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยเน้นการพัฒนาครูผู้สอน ให้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการอบรมสั่งสอนนักเรียนให้เป็นคนเก่ง คนดีของสังคมในปัจจุบัน และอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งต้องมีการพัฒนาให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา จึงเริ่มต้นทำ โครงการนี้ขึ้นมาเริ่มต้นที่การพัฒนาเพิ่มขีดความรู้ ความสามารถของครูที่โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จ.นครพนม เป็นโครงการโรงเรียนต้นแบบ โดยการนำระบบการศึกษาแบบ “STEM Education” จากสหรัฐและประยุกต์เข้ากับระบบการศึกษาของไทย โดยเน้น 5 สาขาวิชาคือ S (Science) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ T (Technology) กลุ่มวิชาเทคโนโลยี E (Engineering) กลุ่มวิชาวิศวกรรมศาสตร์ E (English) กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ และ M (Mathematic) กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
นอกจากนี้ โครงการ “MGT Dr.Vitthaya-Pimchai School OF Science” จะเป็นการบูรณาการการศึกษาทั้งระบบเพื่อสร้างการพัฒนาการศึกษาให้กับนักเรียนในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งในโครงการนี้จะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาให้กับโรงเรียนซึ่งจะเป็นเงินสมทบทุนจากบริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) เพื่อให้โรงเรียนใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในทุกด้านของทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาดูงานของครู และนักเรียน รวมถึงการเพิ่มสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีคณะกรรมการคอยตรวจสอบ และวัดผลซึ่งจะใช้เกณฑ์ในการสอบแอดมิชชั่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถเข้าศึกษาต่อในคณะ หรือภาควิชาที่เกี่ยวข้องกับ “STEM Education” ในระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงนักเรียนที่มีความสามารถจะมีโอกาสได้รับทุนการศึกษา และพัฒนาอาชีพจากบริษัทด้วย
“โครงการนี้เป็นโครงการที่จะสร้างคนไทยให้มีปัญญา และมอบอนาคตให้กับลูกหลาน ด้วยการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อสร้างครูที่มีความรู้ และความสามารถในการพัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้ ส่วนการใช้ STEM Education เพื่อเป็นหลักในการพัฒนาเนื่องจากคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานของการคิดอย่างมีระบบ ส่วนสาเหตุที่เลือกโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล เพราะเป็นคนในพื้นที่ และผู้บริหาร คุณครูทุกคนให้ความร่วมมือ พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาไปพร้อมกัน ในอนาคตเราก็พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศต่อไป” วิทยา กล่าว







