
เดินหน้าทุบทิ้งหลังกันสาดตึกย่านประชานิเวศน์ถล่ม
เจ้าหน้าที่ให้ผู้พักอาศัยในตึกที่กันสาดถล่มย่านประชานิเวศน์ลงบันทึกประจำวันก่อนทุบทิ้ง หลังกทม.สั่งให้ย้ายออกตั้งแต่ปี58
เจ้าหน้าที่ให้ผู้พักอาศัยในตึกที่กันสาดถล่มย่านประชานิเวศน์ลงบันทึกประจำวันก่อนทุบทิ้ง หลังกทม.สั่งให้ย้ายออกตั้งแต่ปี58
จากกรณีที่มีเหตุกันสาดปูนตึกแถว 3 ชั้น 12 คูหา หลังตลาดประชานิเวศน์ 1 พังถล่มลงมาทับรถยนต์ของประชาชนเสียหาย 7 คัน ไม่มีผู้ติดค้างบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะที่พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ไปตรวจสอบด้วยตนเองและประสานโยธาฯเขตจตุจักร เข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารภายในตัวอาคารเพื่อหาสาเหตุแท้จริง ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)ระบุว่ามีคำสั่งให้ผู้พักอาศัยย้ายออกจากอาคารตั้งแต่ ก.พ.ปี2558 เหตุเพราะอาคารปลูกสร้างมานานเกิดเสื่อมโทรมนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 17.00น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุขึ้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุและอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยที่ประสบเหตุจำนวน 12 คูหาเป็นการเร่งด่วนและให้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักรและเจ้าหน้าที่โยธาธิการ สำนักงานเขตจตุจักร เข้าตรวจสอบรื้อถอนเศษปูนที่ถล่มลงมาและที่ติดค้างกับตึกก่อนจะให้ผู้พักอาศัย 12 คูหา เลขที่ 99/140-151เก็บทรัพย์สินภายในตัวอาคารออกเพื่อทุบรื้อถอนทั้งหมดต่อไป
ทางพ.ต.อ.สามารถ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่และทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง เขตจตุจักร เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ขณะเดียวกันทางกลุ่มประชาชนที่พักอาศัยในตึกแถวจำนวน 12 คูหาได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนี้จะสอบปากคำผู้พักอาศัยทั้งหมดหากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดในฐานคดีอาญาก็จะดำเนินการในทันทีและรอทางสำนักงานเขตเดินทางเข้าแจ้งความเช่นเดียวกัน
ด้าน นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร ได้ให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบอาคารไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557 ซึ่งพบว่าโครงสร้างไม่แข็งแรงและไม่ควรให้พักอาศัยต่อ จึงได้มีหนังสือยกเลิกสัญญากับผู้เช่า พร้อมเรียกประชุมให้เร่งย้ายออก แต่ปรากฏว่ายังไม่ยินยอมจะย้ายออก สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนทั้งหมด 14 ราย นั้น ทางกรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขตจตุจักรได้จัดหาที่พักให้เรียบร้อยแล้ว







