posttoday
ของฝากจากมองโกเลีย (6)

ของฝากจากมองโกเลีย (6)

06 กันยายน 2559

โดย...น.พ.วิชัย  โชควิวัฒน

โดย...น.พ.วิชัย  โชควิวัฒน

ชนกลุ่มน้อยในจีนทั้ง 55 ชนชาติในปัจจุบัน ประกอบด้วย มองโกล หุย ทิเบต อุยกูร์ แม้ว หูยี หรือ โลโล จ้วง ปู้ยี เกาหลี แมนจู ต้ง เย้า ไป๋ ตู้เจีย ฮาหนี คาซัก ไท หลี ลีซู ว้า ชี เกาชาน ละหู่ฉุย ต้งเซียง นะซี จิงโผ่ เคอร์กิซตู้ ดาเออร์ มุหล่าว เชียง ปะหล่างซาลาร์ หมาวหนาน เก้อหล่าว ซีเป อาชาง ปูมี ทาจิก นู อุซเบก รัสเซียอิเหวินกี ติ่งโป้หนาน หรือ เป๋าอันยูกูร์ จิง ตาตาร์ เต้อหรุง โอโรเชนเหอเจน มงปา โหลปา และ จิโน

 เอกสารสมุดปกขาวของทางการจีนระบุว่าชนกลุ่มน้อยของจีนมีกำเนิดและพัฒนาการมาหลากหลาย และมีการปรับตัวตามสภาพท้องถิ่น ราว 4,000-5,000 ปีมาแล้ว มี 5 ชนชาติใหญ่ ประกอบด้วย หัวเซีย ตงอี้ หนานหมาน ซีหรง และเป่าตี้ ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนของจีน ต่อมามีการเคลื่อนย้ายอย่างต่อเนื่อง เข้ามาอยู่รวมกัน แต่งงานกันระหว่างชนชาติ และเดินทางไปมาหาสู่กัน ทั้งห้าชนชาติต่างผสมกลมกลืนกันตลอดช่วงของพัฒนาการ จนเป็นหนึ่งเผ่า ขณะเดียวกันชนชาติใหม่ๆ ก็ถือกำเนิดขึ้น หลายชนชาติก็สาบสูญไป เช่น ชนเผ่าที่เคยมีชื่อเสียงอย่างเซียงหนู เย่จีหรือหรูจี เซียนเป่ย โหรหร่าน ตู้ยู่หุน ตู้เจ ตังเซียง คีตาน และซากา ปัจจุบันก็ไม่มีอยู่แล้ว จากสงคราม ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และการสูญเสียเอกลักษณ์ของชนชาติ

บรรพบุรุษชนชาติฮั่น ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของจีนในปัจจุบัน แรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการในอาณาบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง และที่ราบภาคกลาง ส่วนชาวทิเบตและชนชาติเซียงตั้งถิ่นฐานในที่ราบสูง ซิงไห่-ทิเบต ชนชาติหยีและไป๋ ตั้งถิ่นฐานทางภาคใต้ ชนชาติแมนจู ซีเป อิเหวินกี และโอโรเชน ตั้งถิ่นฐานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชนชาติเซียงหนู ตู้เจ และมองโกล ตั้งถิ่นฐานแถบทุ่งหญ้ามองโกเลีย  ชนชาติหลี ตั้งถิ่นฐานในเกาะไหหลำ และชนชาติดั้งเดิมของไต้หวัน ตั้งถิ่นฐานในไต้หวัน

จีนมีนโยบายชัดเจนในการให้อิสระในการปกครองตนเองของชนชาติกลุ่มน้อย นอกจากเขตอิสระมองโกเลียใน ซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2490 ก่อนสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ปี แล้ว จีนให้อิสระแก่มณฑลหรือเขตที่มีชนชาติกลุ่มน้อยอยู่หนาแน่นตามลำดับ คือ ในเดือน ต.ค. 2498  จัดตั้งเขต อิสระซินเจียงอุยกูร์ เดือน มี.ค. 2501 จัดตั้งเขตอิสระกว่างสีจ้วง เดือน ต.ค. 2501  จัดตั้งเขตอิสระหนิงเซียหุย และเดือน ก.ย. 2508 จัดตั้งเขตอิสระทิเบต

นอกจากการจัดตั้งระบบการปกครองอิสระในระดับเขตแล้ว จีนมีนโยบายให้อิสระในระดับรองลงไป โดยนับถึงปลายปี 2551 มีหน่วยอิสระปกครองตนเองรวมทั้งสิ้น 150 เขต นอกจากระดับมณฑลหรือเขต 5 เขต ดังกล่าวแล้ว ระดับรองลงไป มีจังหวัดหรือแคว้น (Prefecture) ปกครองตนเอง 30 แคว้น และอำเภอ (County หรือ Banner) ปกครองตนเอง 120 อำเภอ

ตามสถิติจากการสำรวจสำมะโนประชากรเมื่อ พ.ศ. 2543 ชนชาติส่วนน้อยทั้ง 55 ชนชาติ มีพื้นที่ปกครองตนเองรวม 44 ชนชาติ ครอบคลุมประชากรราวร้อยละ 71 ของชนชาติกลุ่มน้อยทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่ราวร้อยละ 64 ของพื้นที่ทั้งประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังจัดตั้งระบบปกครองตนเองของชนชาติกลุ่มน้อยในระดับเมืองขนาดเล็ก (Township) ขึ้นอีกราว 1,100 เมือง

รูปธรรมสำคัญของการให้บทบาทของชนชาติกลุ่มน้อย คือ เขตปกครองตนเองใด มีชนชาติกลุ่มน้อยเป็นประชากรส่วนมากในเขต ผู้ปกครองเช่น นายอำเภอ จะต้องเป็นชนชาตินั้น เช่น เขตที่มีประชากรจ้วงอยู่เป็นประชากรส่วนมาก ผู้ปกครองก็ต้องเป็นชนชาติจ้วง จะไม่เป็นชนชาติอื่นรวมทั้งชนชาติฮั่น  เขตใดประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชาติมองโกล ผู้ปกครองต้องเป็นมองโกล หลักการดังกล่าวมีบทบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

จีนมีนโยบายชัดเจนเรื่องชนชาติกลุ่มน้อย คือการยึดหลักการเสมอภาค สามัคคี เจริญรุ่งเรืองด้วยกัน และห้ามมิให้ลบหลู่เหยียดหยาม กดขี่เบียดเบียน หลักการดังกล่าวมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนตราไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญซึ่งในฉบับแก้ไขเพิ่มเติมและรับรองเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2547  มีข้อความรับรองหลักการดังกล่าวไว้หลายแห่งหลายมาตรา ดังนี้

ในคำปรารภ ระบุไว้ชัดเจนว่า “สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐเอกภาพของหลายชนชาติ ซึ่งร่วมกันสถาปนาโดยประชาชนชนชาติต่างๆ  รัฐจะพยายามอย่างสุดความสามารถส่งเสริมให้ชนชาติต่างๆ ในทั่วประเทศเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน”

หมวดที่ 1 มาตรา 4 บัญญัติว่า

“ชนชาติต่างๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความเสมอภาคกันทั้งนั้น รัฐจะปกป้องสิทธิและประโยชน์ที่ชอบธรรมของชนชาติส่วนน้อยต่างๆ คุ้มครองและพัฒนาความสัมพันธ์ที่เสมอภาค สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชนชาติต่างๆ  ห้ามมิให้ลบหลู่และกดขี่ต่อชนชาติใดๆ ทั้งสิ้น

รัฐจะช่วยให้ท้องถิ่นชนชาติส่วนน้อยต่างๆ พัฒนาเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างรีบด่วนตามเอกลักษณ์และความต้องการของชนชาติส่วนน้อยต่างๆ

ท้องถิ่นที่ชนชาติส่วนน้อยต่างๆ  ตั้งถิ่นฐานแบบอยู่รวมกัน จะดำเนินการปกครองตนเองในขอบเขตภูมิภาค จัดตั้งองค์การปกครองตนเอง ใช้สิทธิปกครองตนเอง ท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติต่างๆ ล้วนแล้วเป็นส่วนที่มิอาจจะแบ่งแยกได้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ชนชาติต่างๆ  ล้วนมีอิสระในการใช้ และพัฒนาภาษาของตนเอง ล้วนมีอิสระในการคงไว้หรือปฏิรูปขนบประเพณีของตนเอง”

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่