posttoday
รื้อชุมชนป้อมมหากาฬวุ่น!ชาวบ้านรวมตัวค้าน

รื้อชุมชนป้อมมหากาฬวุ่น!ชาวบ้านรวมตัวค้าน

03 กันยายน 2559

รื้อแล้ว ชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวบ้านฮือปิดทางเข้าออกทุกทาง ก่อนเจรจาให้รื้อเพียง12หลัง อนุรักษ์บ้านไม้สักทองอีก1หลัง พร้อมเสนอขอตั้งคกก.พหุภาคี เจรจาปรับแก้กฎหมาย"ชุมชนป้อมมหากาฬ"อยู่ต่อ

รื้อแล้ว ชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวบ้านฮือปิดทางเข้าออกทุกทาง ก่อนเจรจาให้รื้อเพียง12 หลัง  อนุรักษ์บ้านไม้สักทองอีก1หลัง  พร้อมเสนอขอตั้งคกก.พหุภาคี เจรจาปรับแก้กฎหมาย"ชุมชนป้อมมหากาฬ"อยู่ต่อ

วันที่ 3 ก.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกทม. และนายศักดิ์ชัย บุญมา ผอ.กองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระนคร สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม  ประมาณ255 คน ลงพื้นที่เพื่อรื้อย้ายบ้านในชุมชนที่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับกทม.แล้ว พร้อมกันนี้ มีเจ้าหน้าตำรวจจากกองบังคับการปราบปราม สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันทหารปืนใหญ่ที่1รักษาพระองค์ คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้บรรยากาศช่วงเช้าบริเวณป้อมมหากาฬ ถนนราชดำเนินกลาง แยกขัตติยานี  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดการจราจราฝั่งป้อมมหากาฬ จำนวน 1เลน ซึ่งมีรถบรรทุกขนาด6-10ล้อจำนวน 5 คัน และเครื่องจักรกลหนัก(รถไถ)จำนวน2 คัน จอดอยู่ริมถนน ต่อมาเวลาประมาณ09.00 น.บริเวณประตูทางเข้าที่1 เจ้าหน้าที่กทม.พร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ เดินทางเข้าพื้นที่ ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์และชาวชุมชนจำนวนหนึ่งยืนคล้องแขนเรียงหน้ากระดาน พร้อมกับนั่งปิดทางเข้า-ออก ไม่ให้เจ้าหน้าที่ของกทม.เข้าพื้นที่เพื่อรื้อบ้านได้ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่กทม.ได้พยายามแสดงเอกสารเกี่ยวกับการเข้ารื้อย้าย แต่ชาวชุมชนยังยืนขวางทางเข้าออก ทำให้มีการปะทะกันเล็กน้อย  กระทั่ง ชาวชุมชนยื่นข้อเสนอขอเวลาให้ข้างในชุมชนได้หารือกันก่อนว่าจะให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่หรือไม่

ต่อมาเวลา 10.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กทม.พยายามเข้าทำการรื้อย้ายบ้านที่โอนกรรมสิทธิให้กทม.รวมทั้งยินยอมให้มีการรื้อย้าย ยังมีชาวชุมชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันปิดประตูทางเข้า ออกทุกทาง ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อย้ายบ้านได้ ก่อนทางชุมชนจะขอเจรจากับผู้แทนกทม. เพื่อขอความชัดเจนในการรื้อย้ายบ้าน รวมทั้งขอเจรจาเพื่อไม่ให้มีการรื้อย้ายบ้านของประชาชนที่ไม่ยินยอมให้รื้อย้าย และให้คงอยู่ความเป็นชุมชนป้อมมหากาฬ โดยมีพล.ต.อ.อัศวิน นำทีมเข้าไปเจรจา ร่วมกับผู้แทนชุมชน นักวิชา และผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) อย่างไรก็ตาม ในการเข้าเจรจาดังกล่าว ชาวชุมชนอนุญาติให้เพียงผู้แทนกทม. และสื่อมวลชนที่มีบัตรประจำตัวเข้าไปในพื้นที่เท่านั้น พร้อมกันนี้ทางชุมชนขอให้ยุติการพยายามเข้ารื้อย้ายบ้านขณะมีการเจรจา โดยให้รอผลการเจรจาก่อน

เวลาประมาณ11.00น. พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยถึงผลการเจราจาว่า กทม.จะรื้อย้ายบ้านที่ผู้อาศัยแจ้งความประสงค์ให้กทม.เข้ารื้อย้ายสื่งปลูกสร้างจำนวน13หลัง จากทั้งหมด 56หลัง ในส่วนนี้ กทม.จะรื้อถอนจำนวน12หลังเท่านั้น และจะอนุรักษ์บ้านไม้สักทองไว้1หลัง โดยผู้อาศัยจะขนเพียงของใช้ออกจากบ้าน ทั้งนี้ บ้านไม้สักทองหลังดังกล่าว กทม.ยินดีให้ชุมชนช่วยกันทำความสะอาด ดูแลบ้านได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าอยู่อาศัย   อย่างไรก็ตาม กทม.จะพยายามรื้อบ้านทั้ง12หลังให้แล้วเสร็จภายใน1-2วันนี้ เมื่อรื้อครบทั้ง12หลังจะยุติการรื้อทันที โดยหลังอื่นๆที่เหลือ กทม.จะรื้อเมื่อผู้อาศัยพร้อมและยินยอม แต่กทม.ยังยืนยันว่าจะดำเนินการรื้อย้ายบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้  ส่วนการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาทางออกตามที่ชุมชนเสนอประกอบด้วย กทม. กสม. และชุมชน จะมีการนัดหารืออีกครั้งหลังจากวันที่5ก.ย.เป็นต้นไป

ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร ในฐานะ กสม. กล่าวว่า ขอขอบคุณ กทม.ที่จะเป็นตัวกลางให้มีการพูดคุย เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ กสม.เคารพกฎหมาย แต่เรื่องชุมชนป้อมมหากาฬน่าจะมีทางเลือกอื่นแทนการรื้อย้ายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่มานาน ในส่วนนี้ไม่ได้หมายถึงสิทธิการครอบครองที่ดิน แต่หมายถึงสิทธิการอยู่อาศัย รวมทั้งเพื่อการอนุรักษ์สถานที่ประวัติศาสตร์และการอยู่ร่วมกันของชุมชน ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนได้หารือกับหลายหน่วยงาน อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ประชุมมีข้อสังเกตว่าทุกอย่างไม่ตายตัว แม้ว่า ป.ป.ช.มีคำสั่งให้รื้อ แต่กฎหมายสามารถปรับแก้ได้ และเราสามารถยื่นข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  อีกทั้ง ทางชุมชนเห็นว่ากทม.ควรชะลอการดำเนินการทั้งหมดเพื่อรอให้มีการปรับแก้กฎหมาย   หลังจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการพหุภาคี เพื่อหารือว่าจะอนุรักษ์ชุมชนป้อมมหากาฬได้อย่างไร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังได้ข้อยุติในเจรจาแล้ว เจ้าหน้าที่กทม.ได้เข้ารื้อย้ายบ้านเลขที่53 เป็นหลังแรก ซึ่งบ้านดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย มีลักษณะรกร้าง บริเวณโดยรอบมีกลิ่นเหม็น โดยการรื้อถอนเป็นไปด้วยดี พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่จากการประปา และการไฟฟ้านครหลวง ได้ทำการตัดน้ำ ตัดไฟบ้านที่จะทำการรื่อถอน ขณะเดียวกันระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง มีชาวบ้านส่วนหนึ่งได้พูดคุยกันถึงการรื้อถอนบ้านว่าเจ้าของบ้านตัวจริงไม่อยู่นานแล้ว แต่มีการเซ้งให้ผู้อื่นมาอาศัยต่อ จึงทำให้เกิดปัญหา

 

รื้อชุมชนป้อมมหากาฬวุ่น!ชาวบ้านรวมตัวค้าน


ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69