
ปรับเรียนภาษาสู้เพื่อนบ้าน
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รองผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยแผนการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียน ซึ่งครอบคลุมถึงการเพิ่มเวลาเรียน การใช้หนังสือเรียนใหม่ และโครงการฝึกอบรมครูผู้สอนอย่างเข้มข้นสำหรับผู้ชำนาญการสอนที่จะเป็นผู้สอนครูในโรงเรียนคนอื่นต่อไป
เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รองผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยแผนการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียน ซึ่งครอบคลุมถึงการเพิ่มเวลาเรียน การใช้หนังสือเรียนใหม่ และโครงการฝึกอบรมครูผู้สอนอย่างเข้มข้นสำหรับผู้ชำนาญการสอนที่จะเป็นผู้สอนครูในโรงเรียนคนอื่นต่อไป
เว็บไซต์ข่าวเจแปนไทมส์ สื่อญี่ปุ่น ระบุว่า ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่กระทรวงศึกษาธิการของไทยหันมาตั้งเป้าหมายในการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจังในกลุ่มนักเรียนชั้นประถม โดยเน้นไปที่การพัฒนาทักษะด้านการพูด เพื่อให้สื่อสารได้ในชีวิตประจำวันภายใน 10 ปี
ที่ผ่านมาโรงเรียนในไทยโดยเฉลี่ยมีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แม้แต่
เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการ
นอกจากนี้ ผลสำรวจความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพในปี 2015 ของสถาบันสอนภาษา เอดูเคชั่น เฟิสต์ พบว่าไทยอยู่ในอันดับที่ 14 จาก 16 ประเทศเอเชีย และมีความสามารถอยู่อันดับที่ 62 จาก 70 ประเทศทั่วโลก
ปัญหานี้กลายมาเป็นความท้าทายของรัฐบาลไทยมากยิ่งขึ้น หลังมีความพยายามบูรณาการไปข้างหน้ามากขึ้นของประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคในด้านการจ้างงาน สังคม วัฒนธรรม และธุรกิจของแต่ละชาติสมาชิก โดยเจ้าหน้าที่ไทยเริ่มกังวลว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และเมียนมา จะดึงดูดธุรกิจต่างชาติจากไทย เนื่องจากสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่า
อย่างไรก็ดี สื่อญี่ปุ่นมองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเมืองไทยส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกพอใจกับระดับการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย โดยชาวต่างชาติจำนวนมากเผชิญปัญหาด้านการสื่อสารน้อยมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวมักจะติดต่อผ่านพนักงานโรงแรม เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไปจนถึงพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าและตลาด ซึ่งสามารถใช้ภาษาอังกฤษติดต่อสื่อสารได้
นอกจากนี้ คนไทยอีกจำนวนมากที่ร่วมงานกับธุรกิจต่างชาติ หรือทำงานในองค์กรจากต่างชาติ ก็สามารถพัฒนาภาษาอังกฤษระหว่างทำงานได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภายใต้แผนการใหม่ของรัฐบาลจะมีการพัฒนาศูนย์ฝึกผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษสำหรับการสอน 18 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถฝึกอบรมให้ผู้สอนราว 1.35 หมื่นราย ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มก่อตั้ง 8 แห่งแรกในปี 2016 และที่เหลือในปี 2017
ขณะที่มาตรฐานการสอนภาษาอังกฤษภายใต้แผนการนี้ จะอ้างอิงกับมาตรฐานสากล คือ โครงการมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษยุโรป (ซีอีเอฟอาร์)







