posttoday
แนวรบด้านต่างประเทศ

แนวรบด้านต่างประเทศ

01 กันยายน 2559

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์      

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์      

ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่มีประชากรของตนเป็น “เชื้อชาติบริสุทธิ์” อเมริกา ไม่ได้มีคนอเมริกันเชื้อชาติเดียว อังกฤษไม่ได้มีคนอังกฤษเชื้อชาติเดียว เช่นเดียวกับจีน รัสเซีย เมียนมา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย แม้แต่สิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ มีคนอยู่แค่ไม่กี่ล้านคน ก็ไม่มีเชื้อชาติบริสุทธิ์ แต่ประกอบด้วยชนเชื้อชาติต่างๆ มารวมอยู่ด้วยกัน ประเทศไทยก็ไม่เป็นข้อยกเว้น เพราะไทยประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม มาอยู่รวมกันเรียกว่า พลเมืองไทย บนวัฒนธรรม เป็นการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนและไม่เคยมีปัญหาเชื้อชาติ วัฒนธรรม เป็นความสวยงามที่หลายประเทศอิจฉา

ประเทศต่างๆ ที่มีประชาชนตามชายแดนที่มีเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เหมือนกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นผลมาจากประวัติศาสตร์ทางการเมือง หรืออะไรก็ตาม   ย่อมมีปัญหาเรื่องการขอแยกตัวออกไปเป็นเอกราช หรือขอรวมกับประเทศเพื่อนบ้าน     ประเทศไทยก็ไม่เป็นข้อยกเว้น โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย 

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งออกคำสั่งในการจัดระเบียบเกี่ยวกับ “การพูดคุยเพื่อสันติสุข” กับกลุ่มที่เรียกตนเองว่า “มาราปัตตานี” เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่เกี่ยวข้องในทุกระดับยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติและเป็นเอกภาพ จะได้ไม่มีข้อขัดแย้งกันในภายหลัง หลังจากที่เกิดสภาวะสับสนวุ่นวายในช่วงรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งชุดที่ผ่านมา

การพูดคุยดังกล่าวถือว่าเป็น “แนวรบทางการเมือง” ไม่ใช่แค่เวทีในประเทศเท่านั้น สำคัญกว่านี้คือ “เวทีระหว่างประเทศ” ที่มีทั้งประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจและพร้อมที่จะเข้ามาแทรกแซง จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่ทุกรัฐบาลต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง   รัฐบาลชุดนี้ดูจะเข้าใจปัญหาได้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา อาจเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีเคยรับผิดชอบปัญหานี้หลายปีระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก การเข้าใจปัญหาและความเป็นเอกภาพ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง

เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชนต้องมีความเข้าใจตรงกันและมีจุดยืนเหมือนกัน คือ

(1) นี่คือ “การพูดคุย” ไม่ใช่ “การเจรจา” เพราะการเจรจาที่อีกฝ่ายพยายามหลอกล่อเรานั้น ให้ใช้คำว่าเจรจานั้น หากเราหลงไปรับเข้าก็เท่ากับเรายกสถานะของขบวนการแบ่งแยกดินแดนขึ้นเทียบเท่ากับรัฐบาล ยกสถานะกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมาย เป็นกบฎ เป็นฝ่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่หลายประเทศเตรียมให้การรับรองสถานะ

(2) ในรัฐบาลชุดที่แล้ว เราใช้คำว่า “พูดคุยเพื่อสันติภาพ” แต่นายกรัฐมนตรีได้ใช้คำใหม่คือ “การพูดคุยเพื่อสันติสุข” เพราะเป็นการฟื้นฟูความสงบสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่ ไม่ใช่พูดคุยเพื่อสันติภาพ เพราะสันติภาพเกิดขึ้นหลังสงคราม แต่นี่ไม่ใช่สงคราม

(3) รัฐบาลไม่สามารถให้การรับรองขบวนการ “มาราปัตตานี” (หรือใช้ชื่ออื่นก็ตาม) ตามคำเรียกร้องของคู่พูดคุยได้ เพราะเท่ากับรับรองกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมาย ให้เป็นถูกกฎหมาย   ซึ่งเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะรัฐบาล คสช.เน้นมากที่สุดในการบริหารประเทศ คือ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามหลักนิติรัฐที่ประเทศต้องปกครองโดยกฎหมาย

(4) มาเลเซียทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้อำนวยความสะดวก” เท่านั้น ในการจัดสถานที่ อำนวยความสะดวกให้สองฝ่ายคุยกัน ไม่ใช่เป็น “คนกลาง” ที่เข้ามานั่งในการประชุมและเป็นเจ้ากี้เจ้าการ การที่จัดให้มีการพูดคุยในมาเลเซียเพราะทำในเมืองไทยไม่ได้ หากพวกนี้เข้าเมืองไทยก็ต้องถูกจับกุม เพราะเป็นขบวนการผิดกฎหมาย

(5) เรากำลังคุยกับคนไทยด้วยกัน เหมือนกับคนไทยเชื้อสายอื่นๆ ในประเทศ ที่มีเชื้อชาติเผ่าพันธ์ุแตกต่างกัน มีความเห็นขัดแย้งกันบ้าง เชื้อสาย วัฒนธรรมเป็น “เอกลักษณ์ร่วม” ที่สวยงาม เราต้องเน้นว่า นี่เป็นการพูดคุยระหว่างคนไทยด้วยกัน และนี่คือ “กิจการภายในของไทย”

(6) ยืนหยัดว่าจะไม่มีเรื่องแบ่งแยกดินแดนมาเกี่ยวข้องเป็นอันขนาด รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับเขียนไว้ในมาตรา 1 เสมอมาว่า “ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะแบ่งแยกมิได้” ไทยเป็นรัฐเดี่ยว ทั้งสองฝ่ายพูดคุยอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องการแบ่งแยกดินแดน หรือการปกครองตนเองเป็นแบบสหพันธ์

(7) การพูดคุยดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องภายในประเทศอย่างเดียว แต่นี่คือ “แนวรบต่างประเทศ” ที่ต่างชาติและองค์กรต่างประเทศจับตาดูและหาโอกาสเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็น “องค์การประเทศอิสลาม” หรือ โอไอซี และสหประชาชาติ รวมทั้งมหามิตรตัวแสบ เช่น อเมริกา ที่ผ่านมาเราสามารถทำความเข้าใจและป้องกันไม่ให้ประเทศเหล่านี้มาแทรกแซงได้ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก และถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

(8) ส่วนกลุ่มอาร์เคเคที่ก่อความรุนแรงทั้งทำลายชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยพุทธและไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็เพื่อแสดงให้ต่างประเทศเห็นว่า รัฐบาลไทยไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ได้ เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ประเทศอื่นเข้ามาแทรกแซง

แต่รัฐบาลแสดงให้เห็นว่า สามารถใช้อำนาจอธิปไตย ใช้อำนาจรัฐเหนือดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยสมบูรณ์ โดยให้ความยุติธรรม การใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

การที่รัฐบาลไทยแสดงความจริงใจยอมพูดคุยด้วยอย่างเปิดเผยเช่นนี้ มาราปัตตานีควรแสดงความจริงใจให้เห็นด้วยการลดความรุนแรงในปัตตานี ยะลา นราธิวาส หรือร่วมกันกำหนด “พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ถ้าทำไม่ได้ ซึ่งใครก็รู้ว่าทำไม่ได้ แม้แต่ “มาราปัตตานี” ยังยอมรับว่า ไม่สามารถสั่งการอาร์เคเคได้ ก็แสดงว่า มาราปัตตานีเป็นเพียงองค์กรที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อแสดงละครบทหนึ่งเท่านั้o

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม