
‘บรรยิน’ส่อรอดคดีโอนหุ้น
อัยการสั่งไม่ฟ้อง “บรรยิน” กับพวก คดีปลอมเอกสารโอนหุ้นชูวงษ์ 300 ล้านบาท แต่รอลุ้นความเห็นสุดท้ายจากอัยการสูงสุด
อัยการสั่งไม่ฟ้อง “บรรยิน” กับพวก คดีปลอมเอกสารโอนหุ้นชูวงษ์ 300 ล้านบาท แต่รอลุ้นความเห็นสุดท้ายจากอัยการสูงสุด
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เจ้าของสำนวนคดีร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มูลค่า 300 ล้านบาท มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน คือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้คนสนิทนายชูวงษ์ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักทรัพย์ ซึ่งเป็นหุ้นบริษัทของนายชูวงษ์
อย่างไรก็ตาม แม้อัยการเจ้าของสำนวนสั่งไม่ฟ้อง แต่รองอธิบดีอัยการมีความเห็นแย้งให้ฟ้อง และเมื่อสำนวนส่งมาถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้วก็สั่งไม่ฟ้อง ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จึงต้องรอให้รองอัยการสูงสุดมีความเห็นก่อน
นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาของนายชูวงษ์ พร้อมทนายความ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด แต่เป็นในส่วนของคดีที่ พ.ต.ท.บรรยินตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่านายชูวงษ์ ทั้งนี้ ด้านนายอเนก คำชุ่ม ทนายความครอบครัวชูวงษ์ กล่าวว่า สำนวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มีความเชื่อมโยงกับคดีปลอมเอกสารการโอนหุ้น จึงขอให้อัยการสูงสุดกลั่นกรองสำนวนคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวพันคดีโอนหุ้นด้วย แต่ถ้าสุดท้ายแล้วสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด ทางครอบครัวก็จะใช้สิทธิทางกฎหมายยื่นฟ้องเอง
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า หากอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีใด ญาติผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องได้ด้วยตนเอง







