
จับ2เกาหลีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อโอนเงินกว่า50ล้าน
สตม.จับ2เกาหลีตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เวียดนาม หลอกโอนเงินข้ามประเทศ เสียหายกว่า50ล้าน หนีซ่อนตัวในไทย
สตม.จับ2เกาหลีตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เวียดนาม หลอกโอนเงินข้ามประเทศ เสียหายกว่า50ล้าน หนีซ่อนตัวในไทย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงข่าวจับกุมนายซุกวู ยาง (Sukwoo YANG) อายุ 31 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ และนายซางจี ยูน (Sanggi YOON) อายุ 29 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล (Red Notice) ในความผิดฐานอาชญากรทางการเงินข้ามชาติ
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ สตม.เร่งกวาดล้าง ขบวนการอาชญากรต่างชาติ และชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ทางสตม. ได้ประสานร่วมกับตำรวจสากลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถจับกุมนายซุกวู ยาง และนายซางจี ยูน ได้ หลังร่วมกับพวกที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ตั้งฐาน คอลเซ็นเตอร์ (Call Center ) ที่ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และใช้ข้อมูลลูกค้าธนาคารที่แฮกมาได้ โทรหลอกลวงผู้เสียหายในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารต้องการเชิญชวนให้ร่วมลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนในระดับสูง ทำให้มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,700 ล้านวอน หรือประมาณ53 ล้านบาท
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2558 ทั้งสองได้ปิดบริษัทและหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จากการสืบสวนคาดว่าบุคคลกลุ่มนี้อาจกำลังเตรียมใช้ประเทศไทยเป็นฐานก่อเหตุในรูปแบบเดียวกันอีก เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก และข้อมูลการสื่อสาร จนกระทั่งวันที่ 25 สิงหาคม ชุดสืบสวนพบตัวบุคคลคนต่างด้าวทั้งสองรายที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ย่านพหลโยธิน จึงควบคุมตัวตามหมายจับตำรวจสากล (Red Notice) ในความผิดฐานอาชญากรทางการเงินข้ามชาติ
ทั้งนี้สตม.ได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม และควบคุมตัวเพื่อดำเนินการต่อไป พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกด้วยว่า ปัจจุบันอาชญากรทางการเงินข้ามชาติ ใช้เทคโนโลยีระดับสูง มีความซับซ้อนในการกระทำความผิด มีการแฮกฐานข้อมูลกลุ่มลูกค้ารวมถึงข้อมูลทางการเงินของทางธนาคาร จึงขอเตือนไปยังประชาชนให้ระวังตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะการติดต่อทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนสถาบันการเงิน ขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือชักชวนให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งนี้ประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิด หรือพบคนต่างชาติผิดฎหมาย ขอให้แจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร. 1178 หรือ[http:// www.immigration.go.th] www.immigration.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง “ Good guys in, Bad guys out ”







