
ศาลสั่งจ่ายเหยื่อน้ำมันรั่ว
ศาลสั่ง "พีทีทีจีซี-ประธานกรรมการ" จ่ายชดเชยเหยื่อน้ำมันรั่วระยอง รายละ 3-5 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%
ศาลสั่ง "พีทีทีจีซี-ประธานกรรมการ" จ่ายชดเชยเหยื่อน้ำมันรั่วระยอง รายละ 3-5 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%
ศาลแพ่งพิพากษาให้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ พีทีทีจีซี จำเลยที่ 1 และนายบวร วงศ์สินอุดม ประธานกรรมการ บริษัท พีทีทีฯ จำเลยที่ 2 ร่วมกันจ่ายชดใช้ให้โจทก์จำนวน 223 ราย ซึ่งมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันดิบรั่วในทะเลอ่าวไทย จ.ระยอง เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 จนประกอบอาชีพไม่ได้
ทั้งนี้ แบ่งออกเป็น 1.กลุ่มที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้างทั่วไปริมหาด จำนวน 203 ราย ซึ่งจำเลยต้องจ่ายชดเชยรายละ 3 หมื่นบาท 2.กลุ่มผู้ทำประมงและเรือท่องเที่ยวรายละ 5 หมื่นบาท โดยให้รวมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ศาลแพ่งยังสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรวม 4 โครงการ ในรูปแบบการตั้งคณะทำงานร่วมกัน กำหนดค่าดำเนินการไว้ 5.26 ล้านบาท และให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน ระบบนิเวศ จำนวน 1 ชุด ระยะเวลา 2 ปี ให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่อศาลและกรมควบคุมมลพิษทุก 6 เดือน โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ค่าทนายความ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ด้วย
"ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 420 และ 437 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 96 เนื่องจากไม่ดูแลบำรุงรักษาท่อส่งน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องมีการตรวจและทดสอบท่อส่งน้ำมันทุก 6 เดือน ตามมาตรฐานโอซีไอเอ็มเอฟ" คำพิพากษา ระบุ
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านและผู้เสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คดีต่อไปได้
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิด พร้อมเรียกค่าเสียหายอื่นๆ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการสูญเสียรายได้เป็นเงินกว่า 400 ล้านบาท และขอให้มีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจากปัญหาน้ำมันรั่ว โดยใช้ผลกำไรของบริษัท 10% หรือเฉลี่ยปีละ 3 หมื่นล้านบาท
ภาพประกอบข่าว







