posttoday
แก๊งแฮกเอทีเอ็มเผ่นออกนอกแล้ว

แก๊งแฮกเอทีเอ็มเผ่นออกนอกแล้ว

24 สิงหาคม 2559

"พล.ต.อ.ปัญญา" ยืนยันหลักฐานชัด ชาวยุโรปตะวันออก 5 คน แฮกเอทีเอ็มฉกเงิน 12 ล้านธนาคารออมสิน หลังก่อเหตุออกนอกประเทศไปแล้ว จ่อออกหมายจับ

"พล.ต.อ.ปัญญา" ยืนยันหลักฐานชัด ชาวยุโรปตะวันออก 5 คน แฮกเอทีเอ็มฉกเงิน 12 ล้านธนาคารออมสิน หลังก่อเหตุออกนอกประเทศไปแล้ว จ่อออกหมายจับ

วันที่ 24 ส.ค. ความคืบหน้าการติดตามแก๊งคนร้ายก่อเหตุแฮกข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน โดยการปล่อยไวรัสมัลแวร์ และกดเงินไป 12 ล้านบาท นั้น พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10  เปิดเผยว่า คนร้ายชาวยุโรปตะวันออกเท่าที่ตรวจสอบได้ จำนวน 5 คน  เป็นผู้ก่อเหตุ โจรกรรมเงินกว่า 12ล้านบาทจากตู้ เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน ในพื้นที่ 6จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ทั้ง ตำรวจภูธรภาค7 ภาค8 และ กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย  ซึ่งตำรวจมีพยาน และวัตถุพยาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าตู้เอทีเอ็ม ที่แสดงพฤติกรรมคนร้าย ขณะใช้บัตรปลอมที่ผลิตในประเทศยูเครนเสียบเข้าไปในตู้ก่อนจะถูกควบคุมด้วย ไวรัส มัลแวร์ ที่ถูกปล่อยมาก่อนหน้านี้ จนทำให้เงินที่มีอยู่ในตู้ไหลออกมาและจากการตรวจสอบพบว่า ไวรัส มัลแวร์ถูกส่งไปยังตู้เอทีเอ็มที่ใช้เป็นตู้ควบคุมจำนวน 3 ตู้ในจ.ภูเก็ต ก่อนกระจายไปอีก21 ตู้ ใน 6จังหวัด

นอกจากนี้ การสอบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและพบว่า บางคนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ตำรวจจึงได้มีการประสานข้อมูลกับตำรวจสากลในการติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ส่วนจะมีคนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสืบสวน

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังตรวจสอบพบอีกว่า พฤติกรรมของคนร้ายมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ ในประเทศไต้หวัน เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และยังพบว่า กลุ่มคนร้าย 5คน ที่ก่อเหตุในประเทศไต้หวัน เดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง และจากการสอบสวน ยังพบว่าลักษณะการก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อปี 57 ด้วย

ส่วนเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดพังงา เมื่อเดือนเมษายน ที่คนร้ายใช้บัตรกดเงินจากตู้เอทีเอ็มไปกว่า4 ล้านบาทนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า คนร้ายใช้จุดดังกล่าวเป็นจึงปล่อยไวรัสมัลแวร์หรือแฮคข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็ม แต่คาดว่าน่าจะมีความเชื่อมโยง เนื่องจากพบว่า เป็นการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ชุดเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ประกอบการ ทั้งหมด เพื่อหารือในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เวลา 14.00น. พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาทางธนาคารไม่ได้ปกปิดเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากห้วงเวลาที่เกิดเหตุ เกิดตั้งแต่วันที่ 7-30กรกฎาคม และทางธนาคารมาตรวจสอบทราบเหตุ ในระหว่างวันที่1-10สิงหาคม จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยตำรวจมั่นใจสามารถออกหมายจับและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน