posttoday
โปรดดูแลชีวิต

โปรดดูแลชีวิต

21 สิงหาคม 2559

โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

สมศรี (นามสมมติ) เธอเป็นหญิงสาวโสดที่มีการศึกษา พร้อมด้วยหน้าที่การงาน และสถานภาพ เธอหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอายุน้อยกว่าเธอ สถานภาพหน้าที่การงานด้อยกว่าเธอ สังคมแวดล้อมของเธอเปิดกว้างและรับได้หากว่าทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวและเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายยินดีร่วมกัน แต่สิ่งที่เพื่อนและครอบครัวของสมศรีรู้สึกกังวลและเป็นห่วงเธอมาก คือ พฤติกรรมรักข้างเดียว รวมถึงอาการตื๊อไม่เลิก โดยมุ่งมั่นเอาชนะใจอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการเช่นนั้น

สมชาย (นามสมมติ) เป็นลูกชายคนเดียวในครอบครัวที่มีฐานะ มีการศึกษา ให้ความรักดูแลอย่างดี ชีวิตของสมชายดำเนินไปเรื่อยๆ มีเกเรบ้างตามวัยและสังคมเพื่อน แต่สิ่งที่พ่อแม่หนักใจ คือ แม้สมชายอายุย่างเข้าวัยเบญจเพส แต่เหมือนชีวิตก็ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจดี พ่อแม่พร้อมโอบอุ้ม สนับสนุน ผลกระทบ คือ สมชายมีท่าทีชีวิตที่ไม่ต้องอดทนต่อความยากลำบาก เมื่อมีความยากลำบากหรือปัญหา สมชายก็เลือกเดินออกจากสถานการณ์นั้นได้ สมชายไม่ค่อยได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ

สมศรีและสมชายเป็นตัวอย่างของบุคคลส่วนใหญ่ที่ดำเนินชีวิตไปภายใต้สิ่งที่ตนเองรับรู้และเข้าใจ จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม สมศรีรับรู้และเข้าใจเอาเองว่า หากตนเองใช้ความมุ่งมั่น ความพยายามมากเท่าใด วันหนึ่งความสำเร็จจะตามมา สมศรีเชื่อว่าตนเองสามารถเอาชนะใจอีกฝ่ายได้ หากตนเองพยายามมากพอ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมศรีพยายามผูกมัดความสัมพันธ์ ไม้อ่อน ไม้แข็งถูกนำมาใช้จนเพื่อนมองว่า สมศรีกำลังทำร้าย เบียดเบียนตนเองเรื่อยๆ ในส่วนของสมชายเองก็รับรู้และเชื่อโดยสนิทใจว่า พ่อแม่ของตนมีหน้าที่คอยปกป้องดูแลไม่ให้เขาต้องลำบาก เมื่อใดที่เขามีความทุกข์ พ่อแม่จะช่วยเหลือเขาเสมอ

ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในกับดักของตนเอง กับดักความคิดที่มองและเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองรับรู้ มองเห็นและเข้าใจ คือ ทั้งหมดของความจริงที่ดำรงอยู่ สิ่งนี้เป็นเสมือนเลนส์สายตาที่ทำให้เราเห็น รับรู้เท่าที่เลนส์สายตาจะอนุญาตให้เรารับรู้ มองเห็น สมศรีและสมชายจึงมองไม่เห็นความจริงใดๆ ที่พ้นไปจากสิ่งที่เลนส์สายตายินยอม สมศรีไม่รับรู้และทำให้ไม่เชื่อไปด้วยว่า ในเรื่องของความรัก ความรู้สึก การทุ่มเทความพยายามไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จแต่อย่างใด ความพยายามที่ทุ่มเทไปเป็นเหมือนการเดินชนกำแพงโดยไม่เลิกรา พร้อมกับสมชายไม่ได้รับรู้และไม่ได้ใส่ใจว่า ชีวิตของสมชายเป็นสิ่งที่สมชายต้องรับผิดชอบและดูแลด้วยตนเอง และชีวิตก็เต็มไปด้วยสีสันของความขัดแย้ง ความทุกข์ ความเจ็บปวด น่าอึดอัด ไม่ได้มีแต่ด้านสนุกสนาน ด้านที่น่าพึงพอใจเท่านั้น

ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ให้ข้อธรรมเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ว่า “หนอนไม่เห็นคูถ ไส้เดือนไม่เห็นดิน  ปลาไม่เห็นน้ำ นกไม่เห็นฟ้า คนไม่เห็นโลก”  สื่อสารความหมายถึงพวกเราหลายคนมักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว มองไม่เห็นสิ่งสำคัญใกล้ตัว และใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยไม่เรียนรู้ตัวเอง ไม่เรียนรู้ชีวิต ไม่เรียนรู้ความจริงของชีวิต เมื่อมองไม่เห็นความจริงของชีวิต การใช้ชีวิตก็เป็นไปตามกระแสโลก ตามความเชื่อเดิมๆ ที่สั่งสมซึ่งไม่เพียงพอกับการใช้ชีวิตที่สอดคล้องความจริงของชีวิต หลายคนเมื่อใช้ชีวิตโดยไม่รู้จักความจริงของชีวิต ไม่รู้จักตนเอง ผลกระทบที่มักเกิดขึ้น คือ ความทุกข์กายและใจ โดยเฉพาะความทุกข์ทางใจ ผิดหวัง เสียใจ เศร้าเหงา อึดอัด เจ็บปวด รวมไปถึงการมองไม่เห็นในคุณค่าตนเอง คุณค่าของชีวิต

ในกรอบวัฒนธรรม ศาสนธรรม คำสอนทางศาสนาอาจช่วยผู้คนให้สามารถรับมือกับความทุกข์ที่เข้ามา เช่นเดียวกับกระบวนการพูดคุยให้คำปรึกษา เยียวยา บำบัดทางจิตใจ ก็มีความมุ่งหมายให้ผู้รับบริการซึ่งก็คือผู้มีความทุกข์ในจิตใจได้กลับมาเรียนรู้ความจริงของชีวิต มาเรียนรู้ เข้าใจและยอมรับตนเอง ยอมรับความเป็นไปที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การมองเห็นคุณค่าและการมีความเคารพรักในตนเองได้ การพบศักยภาพที่ตนเองมีทางเลือกได้ ไม่ใช่การตกอยู่ในภาวะยอมจำนน การมีความรับผิดชอบในตนเอง เลือกและกระทำในสิ่งที่ “ใช่” กับตนเอง

หนทางสู่การมีความเคารพในตนเอง เริ่มต้นจากการสร้างความสามารถในตนเองผ่านการเรียนรู้ถึงความไม่สมบูรณ์ ความผิดพลาดของชีวิต ซึ่งก็คือการยอมรับในเส้นทางชีวิตของตนเอง การพร้อมแก้ไขในสิ่งผิดพลาดเพื่อการเติบโตในตนเอง ความมีคุณค่าในตนเองมาจากการกระทำของเราเอง ไม่ได้มาจากการยอมรับของคนอื่น การกระทำของเรา คือ การสื่อแสดงที่สะท้อนถึงความมีคุณค่าที่เราให้กับตนเองและผู้อื่น

สมศรีรับรู้และเชื่อเองว่า ตนเองจะมีความสุขหากสมหวังในความรัก สมชายมองและเชื่อว่าความสุขของตนมาจากการใช้ชีวิตเรื่อยๆ อยู่กับสิ่งที่พึงใจ ท่าทีเช่นนี้สื่อแสดงถึงการมองชีวิตที่ว่า ชีวิตจะมีความสุข เนื่องมาจากการได้สิ่งเต็มเติมจากการตอบสนองของปัจจัยภายนอก จากการยอมรับของคนอื่น ซึ่งก็เป็นมุมมองชีวิตที่ไม่เคารพตนเอง สมศรีจะสามารถรักและเคารพชีวิตตนเองก็ต่อเมื่อสมศรีเรียนรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น สมศรีกำลังทำร้ายตนเอง และชีวิตสมศรีมีคุณค่า ไม่สมควรถูกทำร้ายเช่นนั้น พร้อมกับสมชายได้กลับมาเรียนรู้ว่า ผลของการกระทำที่ผ่านมาสร้างความทุกข์ให้กับชีวิตสมชาย และสมชายสามารถกระทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ชีวิตสมชายมีคุณค่าและสมควรได้สิ่งที่ดีกว่าผลลัพธ์ที่เป็นอยู่จากการกระทำแบบที่ผ่านมา

การมองเห็นคุณค่าและการเคารพรักในตนเอง อาจฟังเป็นศัพท์แสงทางจิตวิทยา และดูไม่คุ้นเคยในกรอบวัฒนธรรมไทย หากพิจารณาโดยรอบด้านจะพบว่ามุมมองศาสนธรรมในพระพุทธศาสนาสะท้อนถึงความรักในคุณค่าชีวิต คุณค่าของสัมพันธภาพรวมถึงต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการไม่เบียดเบียนชีวิตตนเองและผู้อื่น ดังนั้นคำถามเชิงปฏิบัติที่สมศรีและสมชายรวมถึงหลายๆ คนทำได้ ก็คือ พึงถามตนเองว่า ก็คือ เรารู้สึกเจ็บปวด เสียใจกับสิ่งที่กระทำนั้นหรือไม่ เพราะนั่นคือสัญญาณว่าเรากำลังเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นอยู่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน