
“ไผ่ ดาวดิน” นอนคุกต่อศาลทหารไม่ให้ประกันตัว
“ไผ่ ดาวดิน” นอนคุกขอนแก่น หลัง ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว เตรียมขึ้นศาลสู้คดี 26 ส.ค. นี้ ขณะที่ “จ่านิว” และญาติ เดินหน้าสู้คดีเต็มที่ เพื่อสอบถามถึงความถูกต้อง มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง
“ไผ่ ดาวดิน” นอนคุกขอนแก่น หลัง ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว เตรียมขึ้นศาลสู้คดี 26 ส.ค. นี้ ขณะที่ “จ่านิว” และญาติ เดินหน้าสู้คดีเต็มที่ เพื่อสอบถามถึงความถูกต้อง มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ส.ค.2559 ที่บริเวณศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแกน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีคนในครอบครัวของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน รวมไปถึงมหาวิทยาลัยต่างๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษา ยังคงปักหลักเฝ้ารอผลการพิพากษาขององค์คณะตุลาการรทหาร จาก ศาลทหาร มทบ.23 หลังจาก คนในครอบครัวและทนายความจากองค์กรสิทธิมนุษยชนได้ทำการยื่นคำร้องเพื่อยืนขอประกันตัวไผ่ ออกจากการคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานพิเศษขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
โดยศาลทหาร มทบ.23 ได้ใช้เวลาในการพิจารณาคำร้องดังกล่าวนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามที่ทนายความได้ยื่นคำร้องมา ส่งผลให้นายจตุภัทร์ ยังคงต้องอยู่ในการควบคุมตัวของทัณฑสถานพิเศษขอนแก่นต่อไป
นายอานนท์ นำภา ทนายความ กล่าวว่า ทีมนักกฎหมายจากองค์กรสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงครอบครัวของผู้ต้องหา ซึ่งก็คือไผ่ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลทหาร มทบ.23 ตามขั้นตอนของกฎหมาย ใน 3 ประเด็นหลัก คือ การให้ยกฟ้องการควบคุมตัวผู้ต้องหาเนื่องจากพบผิดปกติในขั้นตอนของการดำเนินงานเนื่องจากมีการประทับรับฟ้องในช่วงเวลาหลังราชการ ซึ่งศาลไม่รับคำร้องดังกล่าว ต่อมาคือเรื่องของการให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา ตามมาตรา 110 วรรค 2 และ มาตรา 71 วรรคสามหลังมีการกระทำการนอกเวลาราชการ ซึ่งศาลพลเรือนทั่วไปไม่สามารถทำได้ ซึ่งศาลทหาร ระบุว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารและศาลทหารไม่มีระเบียบดังกล่าว ทำให้คำร้องดังกล่าวนี้ตกไป และสุดท้ายคือการยืนคำร้องให้กับผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในอาการเจ็บป่วยจากการคุมขังที่เรือนจำภูเขียวโดยขออำนาจศาลยกฟ้องและปล่อยตัว โดยไม่มีหลักประกันและไม่มีประกัน ซึ่งศาลไม่อนุญาตและมีการประทับรับฟ้องและมีการไต่สวนคดีดังกล่าวในวันที่ 26 ส.ค.
“ จากนี้ไปเมื่อศาลไม่อนุญาตให้มีการประกันตัวหรือดำเนินการใดๆตามคำร้องที่ทีมนักกฎหมายและทนายความได้ยื่นเรื่องต่อศาลทหาร และในวันนี้ศาลทหาร ทำงานครึ่งวัน ซึ่งเมื่อคำสั่งดังกล่าวออกมาทุกฝ่ายก็น้อมรับคำสั่ง และขอคัดสำเนาคำสั่งศาล เพื่อดำเนิการส่งเรื่องไปทำการขอระงับการเรียนหนังสือที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามที่ครอบครัวต้องการเนื่องจากผู้ต้องหายังคงถูกคุมขังไม่สามารถศึกษาต่อได้ ดังนั้นเพื่อทำตามขั้นตอนและระเบียบจึงต้องนำคำสั่งศาลไปประกอบเอกสารยื่นเรื่องกับทางมหาวิทยาลัย และนำสำเนาคำสั่งอีกชุดส่งไปยังศาลจังหวัดภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อถอินคดีความเดิมและให้นับวันคุมขังของไผ่ ในการถูกคุมขังที่ขอนแก่นรวมกับคดีที่ จ.ชัยภูมิรวมเข้าไปด้วย โดยขั้นตอนต่างๆจะดำเนินการทั้งหมดพร้อมกันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้”
นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อของผู้ต้องหา กล่าวว่า จะยังคงต่อสู้ตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าวทั้งหมด เพราะเราเชื่อมั่นใจกระบวนการกฎหมายของไทย ที่จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่ที่ปรากฏและเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรานั้นถูกกลั่นแกล่งชัดเจน แม้กระทั่งให้ประกันตัวไผ่ แต่ก็มาขออายัดตัวต่อไปอีก และยังคงมีการประทับรับฟ้องและสั่งฟ้องคดีทันที ทั้งนี้ครอบครัวเราทำตามระบบและขั้นตอนมาโดยตลอด แต่เรากับถูกบังคับให้ทำ ซึ่งเราก็พร้อมที่จะสู้ร่วมกันทั้งครอบครัวต่อไป โดยมีหลายฝ่ายช่วยให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือตามหลักและกรอบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหมด เพราะก่อนที่จะยื่นเรื่องประกันตัวต่อศาลทหารนั้น ไผ่เองก็บอกว่าไม่ต้องประกันตัว เพราะเราทำถูกต้อง ทำตามสิทธิและหน้าที่และต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมและชอบธรรมทั้งหมด อย่างไรก็ตาจากนั้นไปก็คงต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย และทำทีละเรื่องทั้งเรื่องเรียนของไผ่ เรื่องคดีที่ชัยภูมิและการขึ้นศาลทหารที่ ขอนแก่น ซึ่งในวันจันทร์นี้จะขอเข้าเยี่ยมลูกชายที่ ถูกคุมขังเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่และอาหารป่วยของลูกชายอีกด้วย







