
นายกฯตลาดแนะ กลยุทธ์สู้ศก.โตช้า
นายกสมาคมการตลาดฯ คนใหม่ ชี้กลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า จับตลาด 4 เทรนด์ สร้างนวัตกรรมดันยอดขาย
นายกสมาคมการตลาดฯ คนใหม่ ชี้กลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า จับตลาด 4 เทรนด์ สร้างนวัตกรรมดันยอดขาย
นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย เปิดเผยในโอกาสรับตำแหน่งนายกสมาคมคนใหม่ว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตอย่างช้าๆ แต่ในทุกสถานการณ์มีโอกาสเสมอ การทำตลาดในยุคนี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ต้องจับกระแสให้ทันกับสถานการณ์ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เศรษฐกิจไม่ดีไม่ได้หมายความว่าสินค้าใหม่ขายไม่ได้ สำคัญที่ผลิตภัณฑ์ต้องมีนวัตกรรมที่ดี
ทั้งนี้ นักการตลาดต้องจับเทรนด์ที่เกิดขึ้นให้ทัน มีด้วยกัน 4 เทรนด์ ประกอบด้วย เทรนด์ที่ 1 ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าทุกอย่าง วิธีการคิดที่ผลิตให้สำหรับทุกคนใช้ ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป (No one consumer size) เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยแบ่งแยกย่อยได้ 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1.ไลฟ์สไตล์คนโสด ขนาดครอบครัวที่เล็กลง กำลังเป็นกลุ่มที่เติบโตเพิ่มขึ้น ในกลุ่มนี้สินค้าต้องทำขนาดให้สอดคล้องกับการใช้งานของจำนวนคนในบ้านที่น้อยลง
ขณะที่กลุ่มที่ 2.สังคมผู้สูงอายุอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งกำลังเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ในปี 2563 เพิ่มจาก 13-14% เป็น 20% ของประชากร สินค้าต้องเตรียมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เขียนฉลากตัวใหญ่ หรือกระทั่งผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวันที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุที่ต้องการกินดีอยู่ดีและทำให้ชีวิตยืนยาว ตามด้วยกลุ่มที่ 3.กลุ่มประชากรที่ตั้งหน้าตั้งทำมาหากิน
สำหรับเทรนด์ที่ 2 การก้าวสู่ยุคดิจิทัลของสังคมไทย พบว่าพฤติกรรมคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือโดยเฉลี่ย 2 เครื่อง การใช้เฟซบุ๊กติดอันดับท็อปไฟว์หรือ 1 ใน 5 ของโลก หรือกระทั่งติดอันดับท็อปเท็นการเข้าไปใช้ยูทูบ ทำให้การทำตลาดต้องผสมผสานและทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในเชิงรุก เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่การบริโภคสื่อเปลี่ยนแปลงไป และมีช่องทางการรับสื่อที่หลากหลายทาง
นางสุพัตรา กล่าวว่า ผู้บริโภคทั่วโลกไม่เฉพาะในไทยมีความต้องการพื้นฐานคือ สวยและดูดี เทรนด์ที่ 3 การมีสุขภาพที่ดี มีความสุขและใช้ชีวิตอย่างมีความสมดุล (Health and Wellbeing) พื้นฐานความต้องการสวยทำให้คนดูแลตัวเองใส่ใจสุขภาพจากภายนอกและภายใน สามารถพัฒนาสินค้าที่ออกมาตอบโจทย์กระแสดังกล่าว เพราะตลาดมีความต้องการสูง
“หากนักการตลาดจับเทรนด์ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมกับพัฒนาสินค้าที่มาจากความต้องการของผู้บริโภคที่กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว ก็สามารถเติบโตได้ สิ่งสำคัญต้องจับประเด็นให้ถูกทาง เปิดหู เปิดตา เปิดใจ ทำทีละขั้นตอน อย่ามองว่าเศรษฐกิจไม่ดีเป็นตัวปัญหา ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ธุรกิจก้าวทันโลกดิจิทัล”
นอกจากนี้เทรนด์ที่ 4 ปัญหาสภาพแวดล้อมที่มาจากภัยธรรมชาติ ธุรกิจต้องเตรียมรับมือ เมื่อต้นปีไทยเผชิญกับภัยแล้ง และปลายปีเริ่มเกิดปัญหาน้ำท่วม เพราะการเกิดภัยธรรมชาติกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรกำลังซื้อลดลง โดยเป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ หรือกระทั่งการผลิต ต้องเริ่มนำพลังงานทดแทนมาใช้ รองรับกับปัญหาการขาดแคลนพลังงานในอนาคต







