posttoday
ประชามติไม่ช่วยสมานแผล

ประชามติไม่ช่วยสมานแผล

08 สิงหาคม 2559

สํานักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของไทยในวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบความนิยมในรัฐบาลทหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการลงประชามติครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจน้อยมาก และไม่ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

สํานักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของไทยในวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบความนิยมในรัฐบาลทหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการลงประชามติครั้งนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงอำนาจน้อยมาก และไม่ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

ลุค สตีเวนส์ หัวหน้าผู้แทนองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ระบุว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทางยูเอ็นหวังว่าจะได้เห็นการเจรจาหาทางยุติความขัดแย้งระหว่างฝ่ายทหารและฝ่ายผู้เห็นต่างทางการเมืองมากยิ่งขึ้น

“หากแต่ละกลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างกันต่างพูดว่าจะเจรจาในเงื่อนไขที่ฝ่ายตนยอมรับได้เท่านั้น ก็ไม่มีทางที่ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ และหากทุกฝ่ายยังไม่อยากทิ้งความเสียหายไว้ให้คนรุ่นหลังก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณากระบวนการต่างๆ ในทุกแง่มุม เปิดการเจรจา และรับรองการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีของทุกๆ ฝ่าย” สตีเวนส์ ระบุ

ขณะที่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับไทยตอนนี้คือการแก้ปัญหาการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่ฝังรากแน่นในสังคมไทย โดยมาจากความแตกแยกในอุดมการณ์ เศรษฐกิจ และชนชาติ ซึ่งเป็นความแตกแยกที่นำไปสู่ความขัดแย้งของสองขั้วการเมือง ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะช่วยก่อให้เกิดความปรองดองขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจจะนำไปสู่การเชื้อเชิญทหารเข้ามาควบคุมการเมือง

บทบรรณาธิการดังกล่าวเสริมว่า การลงประชามติในครั้งนี้ยังถือเป็นการสะท้อนวิธีการนำกระบวนการประชาธิปไตยมาสร้างความชอบธรรมและปิดบังอำนาจเผด็จการเพื่อรักษาอำนาจ โดยแทนที่จะเป็นการเข้าใช้กำลังยึดอำนาจ ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อต้านทั้งจากในและนอกประเทศกลับเสนอการจัดการลงประชามติ ยกเรื่องการเลือกตั้งขึ้นมา รวมทั้งสร้างองค์กรและรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็ปิดเสียงผู้เห็นต่างทางการเมือง

ด้าน โจนาธาน ฮีด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ระบุว่า กระบวนการจัดการออกเสียงประชามติในไทยถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งถูกกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนวิจารณ์อย่างแพร่หลาย ในกรณีของการห้ามโครงการรณรงค์ต่างๆ รวมทั้งยังมีการจับกุมและตั้งข้อหาคนจำนวนมากที่วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญจำกัด โดยที่คนไทยบางคนออกเสียงประชามติโดยไม่รู้เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ แม้รัฐบาลไทยจะยืนยันว่าหากร่างประชามติผ่าน จะจัดให้มีการเลือกตั้งในปีหน้าและกลับคืนสู่ประชาธิปไตย แต่นักวิจารณ์มองว่าร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะก่อให้เกิดประชาธิปไตยที่อ่อนแอ เนื่องจากมีกลุ่มกองทัพและวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งเป็นผู้กุมอำนาจคอยบงการการตัดสินใจของรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาใหม่ ทำให้รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่และระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ

ในทำนองเดียวกัน เวย์น เฮย์ นักข่าวของอัลจาซีรา มองว่า การลงประชามติควรจะเป็นเครื่องมือสำคัญในระบอบประชาธิปไตย แต่การลงประชามติในไทยนั้นแตกต่างจากที่อื่นมาก เนื่องจากผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวนมากยังไม่ได้เห็นแม้แต่เอกสารร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ และรัฐบาลก็ยังควบคุมโครงการรณรงค์ไม่รับประชามติอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนเว็บไซต์สแตรทฟอร์ ในสหรัฐ คาดการณ์ว่า หากร่างประชามติไม่ผ่านอาจจะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองครั้งรุนแรงขึ้นในไทยอีกครั้ง และอาจจะยิ่งทำให้มีการเลื่อนการจัดเลือกตั้งออกไปอีกหลายเดือน เนื่องจากรัฐบาลจะเริ่มกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งสุดท้ายก็จะวนมาสู่จุดเดิม จึงอาจกล่าวได้ว่าการลงประชามติครั้งนี้แทบจะไม่มีผลรับประกันความแน่นอนอะไร

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69