
ขอยืมอย่างมีเชิง
ตอนนี้มีวิวาทะเรื่องคุณทมยันตี “ได้รับแรงบันดาลใจ” จากนิยายเรื่อง Ziska ของ Marie Corelli
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
ตอนนี้มีวิวาทะเรื่องคุณทมยันตี “ได้รับแรงบันดาลใจ” จากนิยายเรื่อง Ziska ของ Marie Corelli มาเขียนเรื่องพิษสวาท ผมเองยังไม่ได้อ่านทั้ง 2 เรื่อง ละครนี่ไม่ต้องพูดถึงไม่ได้ดูมานานโข แต่สนใจเรื่องเขาเถียงกันว่าตกลงคุณทมยันตีลอกหรือไม่ลอกพล็อตเรื่องจากฝรั่ง
เอาเข้าจริงนะครับ นิยายไทยที่นิยมแปรรูปเป็นละครทีวีมีพล็อตเรื่องตรงกับวรรณกรรมระดับโลกหลายเรื่อง นักเขียนที่เจ้าแม่เจ้าพ่อนิยายไทยได้รับแรงบันดาลใจกันมากที่สุด เห็นจะเป็น เจน ออสเตน (Jane Austen) กับชาร์ล็อต บรอนเต (Charlotte Brontë) กระมัง โดยเฉพาะโครงเรื่องจำพวกแนวพ่อแง่แม่งอน พระเอกผู้ดุดันลึกลับ แม้แต่โครงเรื่องแนวสุขนาฏกรรมจากบทละครของเชกสเปียร์ก็มี หรือแนวผจญภัยก็มีเรื่องเพชรพระอุมา ที่พนมเทียนท่านว่าได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง King Solomon’s Mines ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าได้แรงบันดาลใจจากนิยายร่วมสมัยก็มีไม่น้อย ถ้าจะให้เอ่ยชื่อก็เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ตั้งแต่กาเหว่าฯ หลายชีวิต หรือไผ่แดง-ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องแต่ตอนนี้นึกไม่ออก
อย่าว่าแต่ไทยเลย นักเขียนนิยายกำลังภายในชื่อดังเช่นกิมย้ง หรือโกวเล้งก็รับแรงบันดาลใจโครงเรื่องนิยายดังๆ มาก็มาก โกวเล้งนี่ดัดแปลงพล็อตนักเขียนร่วมสมัยเลยด้วยซ้ำ เช่น The Godfather หรือ Tortilla Flat หรือแม้แต่ชุด Sherlock Holmes
ส่วนนักเขียนที่มักถูกยืมพล็อตบ่อยจนเฝือคือ อะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ เจ้าของเรื่อง ราโชมอน ซึ่งอันที่จริงพล็อตแบบราโชมอนนั้นมาจากเรื่องสั้น 2 เรื่องคือ ราโชมอน+ป่าละเมาะ และเป็นที่รู้กันว่า อะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ เป็นนักเขียนที่ชอบนำพล็อตโบราณมาขัดสีฉวีวรรณเสียใหม่ให้เป็นโมเดิร์น ดังนั้น แม้แต่ระดับ อะคุตะงะวะ ก็ยืมเขามาเหมือนกัน
เรื่องนี้คนไทยที่อ่านนิยายมากๆ ทราบกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้โวยวาย เพราะเข้าใจว่าทัศนะเรื่องการตรวจการลอกแบบโท่งๆ (Plagiarism) ของคนอ่านนิยายกับวงวิชาการนั้นต่างกันพอสมควร
ถามว่าการทำอย่างนี้ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่? ในทางกฎหมายอาจจะใช่ แต่ในวงการวรรณกรรมมักจะยืดหยุ่นกับประเด็นนี้ หากไม่ใช่ลอกกันแบบเป๊ะๆ ทุกรายละเอียดก็มักปล่อยๆ กันไป ยิ่งรับมาแต่โครงเรื่องแล้วเสริมเนื้อหาอื่นๆ ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงยิ่งไม่ว่ากัน (มิพักจะเอ่ยถึงการให้เครดิตต้นเรื่อง) และถามว่าเป็นการลอกแบบโท่งๆ (Plagiarism) หรือไม่? อันนี้ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป เพราะบางเรื่องนักเขียนเผลอไปหยิบพล็อตสนุกๆ มาจากความทรงจำโดยไม่รู้ตัวก็มี
ในทางทฤษฎีวรรณกรรมแนว Postmodernist เชื่อว่า “ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงตะวันนี้” และ “นักเขียนคือร่างทรงของแหล่งข้อมูลต่างๆ” และ “Nothing is Original” หมายความว่านักเขียนมักคิดว่าตัวเองเป็นต้นฉบับ แต่ไอ้ต้นฉบับที่ว่านี้มันเกิดจากการถักทอข้อมูล, การอ่านหนังสือของครูบาอาจารย์, พล็อตเรื่องและรายละเอียดจากแหล่งต่างๆ มากมายมหาศาล ดูเผินๆ เหมือนเป็นนวัตกรรม แต่เมื่อมองลึกลงไปเราจะมองเห็นร่องรอย (Footprint) ของนักเขียนหรือตำนานจากยุคก่อนสะท้อนออกมา
นักเขียนที่ผมชอบมากคนหนึ่งคือ Jorge Luis Borges บอกว่า “each writer creates precursors” หมายความว่า “นักเขียนคือผู้สร้างบุพชนของตน” คือ งานของนักเขียนล้วนแต่ลอกมาจากคนรุ่นก่อนนั่นเอง
ในประเทศตะวันตกเกิดกรณี Plagiarism บ่อยๆ แม้แต่คนวรรณกรรมระดับแถวหน้า บางคนอ้างว่าไม่ได้ลอก แต่เป็นการสะท้อน (echo) เรื่องนั้นๆ ต่างหาก ถ้าเป็นบ้านเราคงโดนด่าว่าแถจนสีข้างถลอกไปแล้ว
ข้อหา Plagiarism ในเมืองนอกนั้นคอขาดบาดตายมาก หากเหตุผลไม่แน่น อาชีพเห่จบเอาง่ายๆ แต่ผมเชื่อว่าหลายคนไม่ได้ตั้งใจลอก มันอาจสะท้อนมาจากจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัวและอนุมานเอาว่าตัวเองคิดได้ ทั้งๆ ที่เผลอจำมาจากพล็อตที่ตัวเองชอบโดยไม่รู้ตัวอีกนั่นแหละ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของบรรณาธิการที่จะต้องตรวจให้ดีว่าไปตรงกับเรื่องไหนหรือไม่ ก่อนจะตีพิมพ์ หาไม่แล้วมันจะเกิดวิวาทะวุ่นวายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้







