
เห็บสยามไม่ใช่โมเดลที่ดี
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจไทยว่าควรจะเป็นสร้างขึ้นมาแบบ “เห็บสยามโมเดล” คือ เติบโตไปกับประเทศต่างๆ แต่ไม่ทรุดตัวไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ คือเราจะไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โตเราจะโตตามไปด้วย เกาะกินจนเราอ้วน แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน โดยถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่งของประเทศใด
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจไทยว่าควรจะเป็นสร้างขึ้นมาแบบ “เห็บสยามโมเดล” คือ เติบโตไปกับประเทศต่างๆ แต่ไม่ทรุดตัวไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ คือเราจะไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โตเราจะโตตามไปด้วย เกาะกินจนเราอ้วน แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน โดยถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่งของประเทศใด
ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลในด้านต่างประเทศนั้นขณะนี้มีความชัดเจนว่า ไทยไม่อาจอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ตามลำพัง ไทยต้องพึ่งพิงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า เปรียบเหมือนให้ไทยทำตัวเป็น “เห็บ” สุนัขที่ไปเกาะและสูบเลือดจากเศรษฐกิจอื่นที่ดี เช่น ไปเกาะเศรษฐกิจจีน แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนไม่ดี เห็บไทยหรือเห็บสยามก็ไปเกาะประเทศอื่น ดังนั้นแม้เศรษฐกิจประเทศอื่นแย่แต่ไทยยังยืนอยู่ได้
การแสดงวิสัยทัศน์ต่อการกำหนดรูปแบบเศรษฐกิจของปลัดกระทรวงการคลัง สร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่ายว่ารูปแบบเศรษฐกิจดังกล่าวไม่น่าจะเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เนื่องจากโมเดลเศรษฐกิจอย่างที่ปลัดคลังคิดนั้นเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาตัวเองและสร้างตัวเองให้แข็งแรงแต่เน้นที่จะพึ่งพาเศรษฐกิจของประเทศอื่นเป็นหลัก
การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาของประเทศไทย ก็อยู่ในสภาพของเห็บสยามโมเดล มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย 16 ล้านล้านบาทนั้น 70% เป็นรายได้ที่มาจากภาคส่งออก ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจโลกซบเซาต่อเนื่องยาวนานหลายปี ส่งผลให้ที่ได้ใช้อยู่ในปัจจุบันที่พึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก และเมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหาประเทศไทยก็มีปัญหาตามไปด้วย แถมมีปัญหาหนักกว่าเพราะสัดส่วนของมูลค่าเศรษฐกิจไทยเน้นการพึ่งพาด้านต่างประเทศมากเกินไป รัฐบาลจึงเริ่มกลับมามองการบริหารเศรษฐกิจให้เติบโตจากภายในประเทศเอง ลดสัดส่วนการส่งออกลง
รัฐบาลพยายามที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและหาทางออกจากการเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง โดยกำหนดในรูปแบบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และในแผนยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้คือการจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ๆ แทนรูปแบบเก่าที่เริ่มจะใช้ไม่ได้ในสภาพเศรษฐกิจการค้าโลกในปัจจุบัน
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของนโยบายประเทศไทย 4.0 คือ การสร้างเศรษฐกิจด้วยเครื่องยนต์ใหม่ การหานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า การสร้างเศรษฐกิจชาติด้วยเทคโนโลยีใหม่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นการสร้างเศรษฐกิจชาติอย่างยั่งยืน ต่างจากการดำเนินนโยบายรูปแบบเก่าอย่างสิ้นเชิง
ก่อนที่เรื่องนี้จะถูกขยายใหญ่โต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งยกเลิกโมเดลเศรษฐกิจ เห็บสยาม เนื่องจากไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้านั้น ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้คนรุ่นใหม่ในภูมิภาคได้รับการจ้างงานที่ดีขึ้น เทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐบาลกำลังทำคือหัวใจของทุกประเทศอาเซียน
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นระหว่างรัฐบาลและข้าราชการประจำ เพื่อให้การบริหารเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกัน อันจะนำพาประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน







