posttoday
อสังหาฯหืดจับ

อสังหาฯหืดจับ

01 สิงหาคม 2559

ธปท.เผยผลสำรวจความเห็นนักธุรกิจทั่วประเทศมองภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ปีนี้หดตัว หลังไตรมาส 2 ยอดกู้ซื้อบ้านใหม่ลดไปถึง 9.2% และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังชะลอการควักเงินมาลงทุน

ธปท.เผยผลสำรวจความเห็นนักธุรกิจทั่วประเทศมองภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ปีนี้หดตัว หลังไตรมาส 2 ยอดกู้ซื้อบ้านใหม่ลดไปถึง 9.2% และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังชะลอการควักเงินมาลงทุน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นกับนักธุรกิจทั่วประเทศในโครงการ Business Liaison Program ในเดือน ก.ค. ว่า ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่คาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 ปีนี้ จะหดตัวมากกว่าไตรมาส 2 เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว และหมดแรงผลักดันจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐที่หมดลงในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

“ผู้ประกอบการเห็นว่าตลาดยังอยู่ในภาวะซบเซา ผู้ซื้อเผชิญภาระหนี้ครัวเรือนเดิมที่อยู่ในระดับสูง และภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากชั่วโมงการทำงานที่ลดลงจากภาคการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดยังมีอยู่จำกัด ประกอบกับสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ยังคงระมัดระวังในการปล่อยกู้ อีกอย่างผู้ประกอบการมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับฐานรากที่การฟื้นตัวยังไม่เข้มแข็ง ทั้งในกลุ่มเกษตรกรและลูกจ้างในภาคการผลิต” รายงาน ธปท. ระบุ

นอกจากนี้ รายงานแนวโน้มธุรกิจ ธปท. ยังระบุว่า มุมมองต่อแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 3 ปีนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังใช้กลยุทธ์รอและติดตาม (Wait and see) เพื่อรอดูความชัดเจนในการฟื้นตัวของกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการมีแนวโน้มชะลอการลงทุนออกไป

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จึงมีการปรับตัว โดยเน้นขายที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแล้ว มากกว่าที่จะเปิดขายที่อยู่อาศัยโครงการสร้างใหม่ รวมทั้งมีการแข่งขันกันจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ซึ่งคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดี โดยเฉพาะย่านธุรกิจใหม่ ได้แก่ รัชดา พระราม 9 และลาดพร้าว มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ธปท.รายงานภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่จากธนาคารพาณิชย์ในเขต กทม. และปริมณฑลลดลงจากเดือนก่อน 16.4% จากการลดลงของที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ 12.6% และอาคารชุด 20.4% สอดคล้องกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่อสังหาริมทรัพย์โดยรวมก็ชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากทั้งความต้องการซื้อและผู้ประกอบการที่สร้างบ้านขาย ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่จากธนาคารพาณิชย์ในเขต กทม.และปริมณฑลหดตัวที่ 9.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนฝั่งผู้ประกอบการก็เน้นขายที่อยู่อาศัยคงค้างต่อเนื่องจากต้นปี ทำให้ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่หดตัวจากไตรมาสก่อน 19.7%

สำหรับภาวะการลงทุนต่างประเทศ พบว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและกลุ่มอาหารมีแนวโน้มลงทุนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้สิทธิประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) และลดต้นทุนขนส่งในการขายสินค้าในประเทศเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่