
ล้อมโรงพักตะเพิดผกก.นครพนมอ้างถูกไล่ที่ตลาด
แม่ค้าตลาดศรีสงครามปิดล้อมโรงพักให้ย้ายผกก.นครพนมออกนอกพื้นที่เดือดร้อนหนักถูกไล่ที่ตลาด
แม่ค้าตลาดศรีสงครามปิดล้อมโรงพักให้ย้ายผกก.นครพนมออกนอกพื้นที่เดือดร้อนหนักถูกไล่ที่ตลาด
พ่อค้าแม่ค้าตลาดชุมชนโรงพักศรีสงคราม กว่า 300 คน นำโดย นายทันใจ ณ รังสี ส.อบจ.นครพนม เขต อ.ศรีสงคราม พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ นันศรีบุตร อายุ 45 ปี นายเกษมสุข หลิงสิหา อายุ 47 ปี แกนนำพ่อค้าแม่ค้า และสมาชิก ชุมนุมปิดล้อมบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธร อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ประท้วงขับไล่ พ.ต.อ.วีระพล เกตุมี ผกก.สภ.ศรีสงคราม ให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน
ทั้งนี้แกนนำดังกล่าวได้นำรถเครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีขับไล่ และเขียนป้ายข้อความขับไล่ เนื่องจากสาเหตุสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน กรณีที่ สภ.ศรีสงคราม ออกประกาศให้พ่อค้าแม่ค้า ออกจากพื้นที่ตลาด บริเวณด้านหน้าโรงพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ที่ สภ.ศรีสงคราม ขออนุญาตใช้มาตั้งแต่ปี 2549 จนกระทั่งปี 2551 ทางโรงพักได้ร่วมกับเทศบาลตำบลศรีสงคราม และชุมชน ปรับปรุงพัฒนาเป็นตลาดชุมชน เพื่อให้เกิดความสะดวกด้านการค้าขายแก่ประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน หลังจาก สภ.ศรีสงคราม ได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงพักแห่งใหม่ ในปี 2553 จึงขอให้ออกจากพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้าง จึงเกิดปัญหาเนื่องจากบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ไม่ยินยอม เพราะให้ย้ายออกโดยไม่มีที่รองรับ สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านที่ทำมาหากินจากการค้าขาย ซึ่งเคยมีการชุมนุมคัดค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2553 แต่ไม่เป็นผล
ทางโรงพักยังยืนยันที่จะดำเนินการต่อ ที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน และยังมีการบีบบังคับ ตัดระบบไฟ ห้ามจอดรถบริเวณดังกล่าว ล่าสุดจะมีการออกประกาศให้ออกจากพื้นที่ในวันที่ 17 สิงหาคม 2553 นี้ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนขั้นเด็ดขาด จึงต้องมีการชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากผู้มีอำนาจ และขับไล่ พ.ต.อ.วีระพล เกตุมี ผกก.สภ.ศรีสงคราม ออกจากพื้นที่ เพราะไม่ดูแลเสนอแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้าน แต่กับสร้างปัญหาเพิ่มอีก โดยได้เสนอให้แก้ไขปัญหาภายใน 7 วัน
ทั้งนี้หากไม่แก้ไขจะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ยืดเยื้อแน่นอน ซึ่งขณะชุมนุมทางด้าน พ.ต.อ.วีระพล ไม่อยู่ในพื้นที่ มีเพียง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ศรีจันทร์ รอง ผกก.ส.ส. พร้อมตำรวจในสังกัด มาดูแลรักษาความเรียบร้อยอยู่ภายในโรงพัก จนกระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัวกลับ
นายทันใจ ณ รังสี ส.อบจ.นครพนม เขต อ.ศรีสงคราม กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ร่วมกันผลักดันพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดการค้าชุมชน สร้างความสะดวกสบายให้ชาวบ้านในยุคของ ผกก. คนเดิม จนเกิดความเจริญทางด้านการค้าเศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม มาถึงปัจจุบัน จนกระทั่งทางตำรวจมีงบประมาณก่อสร้างโรงพักแห่งใหม่ จึงต้องการพื้นที่คืนทั้งที่เคยพัฒนาร่วมกันมาก่อน จนชาวบ้านมีที่ขายของ สุดท้ายกับมาไล่ที่ โดยใช้กฎหมายบีบบังคับ
การกระทำดังกล่าวไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพราะตลาดถือเป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน และเคยชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมมาก่อน กับไม่ได้รับการแก้ไข จึงจำเป็นต้องแสดงพลังร่วมกันชุมนุมคัดค้าน พร้อมขับไล่ ผกก.คนดังกล่าว ออกจากพื้นที่ เพราะไม่ได้ช่วยดูแลชาวบ้าน กับนำความเดือดร้อนมาให้ แถมยังบีบบังคับทุกอย่าง จึงวิงวอนให้ผู้มีอำนาจ รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องมาหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาก
นอกจากนี้ส่วนเรื่องการสร้างโรงพัก ควรหาที่แห่งใหม่สร้างก็ได้ ไม่ใช่มาไล่ที่ชาวบ้านจนได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ ที่สำคัญการย้ายตลาดเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งในครั้งนี้ได้เสนอให้แก้ไขภายใน 7 วัน หากไม่คืบจะชุมนุมใหญ่ ที่อาจเป็นปัญหาขั้นรุนแรง เพราะพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนไม่มีทางเลือก
ทางด้าน พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ศรีจันทร์ รอง ผกก.สส. สภ.ศรีสงคราม กล่าว่า ปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2549 ทางโรงพักได้ทำเรื่องขอใช้พื้นที่ดังกล่าวตามกฎหมาย ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงพัก จนกระทั่งประมาณปี 2551 เทศบาลตำบลศรีสงคราม ร่วมกับชุมชน มาขอใช้สถานที่ดังกล่าวขยายเป็นตลาดชุมชน เนื่องจากตลาดสดที่เดิมมีพื้นที่จำกัด มีปัญหาเรื่องการจราจร ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนย้ายมาขายของจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุดปี 2553 โรงพักได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงพักแห่งใหม่ รองรับการบริการประชาชน จึงจำเป็นต้องขอพื้นที่คืน เนื่องจากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ให้รื้ออาคารหลังเก่า จนเกิดปัญหา เพราะพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมย้ายไปที่อื่น และเคยชุมนุมคัดค้านมาก่อน รวมถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทางโรงพักได้เสนอปัญหาไปยังหน่วยงานตามสายบังคับบัญชา พร้อมหารือกับทางอำเภอมาแล้วครั้งหนึ่งที่มีการชุมนุม แต่ไม่มีสถานที่รองรับการปรับย้ายตลาด
โดยทางตำรวจภาค 4 ได้มีคำสั่งให้ประกาศให้พ่อค้าแม่ค้าออกจากพื้นที่ ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ พร้อมสั่งให้เอาผิดทางกฎหมายสำหรับผู้ฝ่าฝืน พอชาวบ้านทราบข่าวจึงรวมตัวมาชุมนุมอีกครั้ง ซึ่งการดำเนินการของตำรวจขอยืนยันว่าทำตามระเบียบขั้นตอนคำสั่งของ สำนักงานตำรวจภาค 4 หากชาวบ้านไม่ยินยอมก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนปัญหาดังกล่าวจะได้นำเรียนเสนอตามสายงานพิจารณาแก้ไขต่อไป ที่สำคัญเรื่องนี้อยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันแก้ไขปัญหา เพราะปล่อยให้ตำรวจรับผิดชอบคนเดียวคงไม่ไหว และเรื่องการขับไล่ ผกก.ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน







