
ทุ่มไฮเทครับยุค 4.0
เอสเอ็มอีไทยเริ่มเคาะงบลงทุนเทคโนโลยีนำธุรกิจเข้ายุค 4.0 หวั่น 3 ปีไม่ปรับตัวแข่งขันอาเซียนยาก
เอสเอ็มอีไทยเริ่มเคาะงบลงทุนเทคโนโลยีนำธุรกิจเข้ายุค 4.0 หวั่น 3 ปีไม่ปรับตัวแข่งขันอาเซียนยาก
น.ส.อภิญญา รัตนไพศร ผู้จัดการฝ่ายการขาย บริษัท เอ พี เอ็ม นิวไลน์ ผู้ดำเนินธุรกิจกระดาษและโลงศพกระดาษ เปิดเผยว่า ในฐานะที่บริษัทเป็นตัวแทนเอสเอ็มอีหรือผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ดำเนินธุรกิจกว่า 2 แสนรายทั่วประเทศ การเข้าสู่ยุค 4.0 เอสเอ็มอีไทยต้องปรับตัว โดยนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหนีสินค้าจากจีนลอกเลียนแบบ และใช้ราคาที่ต่ำกว่ามาตีตลาดสินค้าไทย
ทั้งนี้ ภายในระยะ 3 ปีหากธุรกิจเอสเอ็มอีไทยไม่ปรับตัว จะก้าวไม่ทันคู่แข่งในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามในบางอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีนำหน้าไทยไปด้วยซ้ำ สำหรับบริษัทเน้นการลงทุนสั่งซื้อเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากเยอรมนีต่อเนื่องทุกปี เพื่อพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง
นายกีรดิต หิรัณยศิริ รองกรรมการ ผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า แม่ทองสุกบริหารธุรกิจเป็นระบบครอบครัวโดยการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนในครอบครัว ได้ปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ด้วยการใช้เครื่องจักรมาผลิตทองรูปพรรณเพิ่มขึ้นจาก 85% เป็น 90% และใช้แรงงานคนจาก 15% เหลือเป็น 10% เพราะสามารถผลิตได้แม่นยำในปริมาณมาก
สำหรับปีนี้ได้ลงทุน 40 ล้านบาท พัฒนาระบบไอทีเพื่อรองรับกับยุคที่การทำธุรกิจต้องใช้ดาต้าเบสเป็นฐานข้อมูล พร้อมกับพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงานคอมพิวเตอร์ตอบคำถามนักลงทุนทองคำทั้งในไทยและต่างประเทศแบบอัตโนมัติแทนการใช้คน เพื่อผลักดันให้บริษัทสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์การลงทุนทองคำในอาเซียนในปี 2563
นายวุฒิกร วัชโรทัย ผู้ร่วมก่อตั้งแอพพลิเคชั่นโชเฟอร์ กล่าวว่า ในยุคที่อุปกรณ์ทุกอย่างเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต สำหรับสตาร์ทอัพมองว่าเป็นโอกาส เพราะทำให้ผู้ที่ทำธุรกิจสตาร์ทอัพในกลุ่มแอพพลิเคชั่นเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้ทั่วโลก นอกจากนี้คนทั่วโลกสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น เพราะอุปสรรคของการเป็นสตาร์ทอัพคือเงินสำหรับการลงทุน







