
บิ๊กต๊อกเตือนอย่าใช้วิธีนอกระบบเคลื่อนไหวโยงผลสอบรถหรูสมเด็จช่วง
รมว.ยธ.เตือนอย่าใช้วิธีการนอกระบบเคลื่อนไหวโยงผลสอบคดีรถหรูสมเด็จช่วง ท้าบริสุทธิ์จริงให้ไปแก้ต่างที่ศาล
รมว.ยธ.เตือนอย่าใช้วิธีการนอกระบบเคลื่อนไหวโยงผลสอบคดีรถหรูสมเด็จช่วง ท้าบริสุทธิ์จริงให้ไปแก้ต่างที่ศาล
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพระเมธีธรรมาจารย์ โพสต์ข้อความในลักษณะเชิญชวนให้กลุ่มพระออกมาเคลื่อนไหวกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)สรุปผลสอบรถเบนซ์โบราณที่มีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่าเป็นรถผิดกฎหมายและต้องดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องว่า เชื่อว่าคงไม่ใช่การปลุกม็อบ เพราะม็อบไม่สามารถทำได้ ต้องดูว่าเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะใด ชอบธรรมหรือไม่ ต้องดูวิธีการ แต่หากจะมีการเชื่อมโยงมาถึงการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ก็ต้องชี้แจงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของดีเอสไอ เป็นคนละส่วนกัน
ส่วนกรณีที่มีการโจมตีว่าดีเอสไอดำเนินการไม่ถูกต้อง ยืนยันว่าที่ผ่านมาดีเอสไอเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงและให้ความเป็นธรรม ทำงานตามหน้าที่ตลอด กรณีที่ทนายความวัดปากน้ำฯออกมาระบุว่าหากมีการแจ้งข้อกล่าวหากับสมเด็จช่วงจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนนั้น ทุกคนมีสิทธิสามารถใช้สิทธิของตนเองได้ ซึ่งตนเห็นด้วยที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมรักษาสิทธิตัวเอง ไม่ใช่วิธีนอกระบบ
"กรณีที่ความพยายามยืนยันว่าสมเด็จช่วงบริสุทธิ์ กระบวนการยุติธรรมต้องไปจบที่ชั้นศาล ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ชั้นพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีความผิดและมีการกล่าวหา ผู้เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่ต้องไปแก้ต่าง ซึ่งยังไม่ทราบเลยว่าอัยการจะสั่งฟ้องให้หรือไม่ เหมือนกับกรณีของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ที่ต้องมีการเรียกสอบปากคำพระอีกหลายรูป อย่างไรก็ตาม โดยในวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะมีประชุมร่วมพนักงานสวนสวน เพื่อลงมติว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาใดกับผู้เกี่ยวข้องบ้าง"รมว.ยุติธรรม กล่าว
รมว.ยุติธรรม ยังกล่าวถึงกรณีการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายรอบ 2 ว่า ไม่เกี่ยวกับกรณีที่ต้องรอให้พ้นวันลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. ไปก่อน ที่ผ่านมาตนเน้นให้ดีเอสไอทำด้วยความรอบคอบ ขณะนี้หากเห็นแล้วว่าดำเนินการอะไรไปแล้วจะเหมือนก็อย่าเพิ่งทำ หากทำแล้วต้องไม่เหมือนครั้งแรก ทั้งนี้ ยังไม่เห็นว่าต้องใช้กฎหมายพิเศษ หากทุกคนเคารพกฎหมายก็ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ อย่าไปคิดว่ามาตรา 44 เป็นมนุษย์วิเศษหรือของวิเศษ กฎหมายปกติที่มีอยู่ดีที่สุดแล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรให้อยู่ภายใต้กฎหมายเคารพกฎหมาย ไม่ใช่ร้องแรกแหกกระเชอทำผิดกฎหมายอยู่เรื่อย หากสังคมไม่ยอมรับก็ต้องช่วยกันให้คนเคารพกฎหมาย
"สังคมชอบพูดกันเรื่อง 2 มาตรฐานแต่พอตัวเองทำกลับไม่พูดสักคำ ส่วนการเจรจาฝ่ายสงฆ์เพื่อให้พระธัมมชโยยอมเข้ามอบตัว ก็ยังดำเนินการอยู่ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ในส่วนของฝ่ายกฎหมายต้องเดินหน้าต่อไป ไม่สามารถยุติได้ ไม่ได้มีการจับประเด็นว่าต้องคอยเรื่องศาสนาอย่างเดียว เพราะขณะนี้ถือว่าเกินเลยเวลามาพอสมควรแล้ว"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว







