posttoday
ไทยวูบทางเทคนิค

ไทยวูบทางเทคนิค

25 กรกฎาคม 2559

คลังยันฟิทช์ลดเครดิตประเทศไทย แค่เชิงเทคนิค เล็งดันจีดีพีโตปีละ 4-5% ปั๊มรายได้ลดก่อหนี้พุ่ง

คลังยันฟิทช์ลดเครดิตประเทศไทย แค่เชิงเทคนิค เล็งดันจีดีพีโตปีละ 4-5% ปั๊มรายได้ลดก่อหนี้พุ่ง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทของประเทศไทย ว่า ไม่กระทบกับเศรษฐกิจ เพราะเป็นการปรับทางเทคนิค จากการที่ฟิทช์ปรับโมเดลการให้เครดิตเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ทำให้ฟิทช์ปรับลดเครดิตเกือบทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย

สำหรับไทยนั้น ฟิทช์มีทั้งปรับเพิ่มและลดในดัชนีต่างๆ ทำให้โดยรวมแล้วเครดิตของไทยอยู่เท่าเดิม โดยฟิทช์มองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยยังดีมาก ภาคการเงินของไทยยังเข้มแข็ง และการก่อหนี้เพิ่มขึ้นก็เพื่อการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ แต่ฟิทช์ยังกังวลเรื่องการเมืองของไทยหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญอาจจะมีความวุ่นวาย ทำให้มีการปรับลดเครดิตของไทยลง

“จริงๆ แล้วเครดิตของไทยยังเท่าเดิม ไม่ได้แย่กว่าเดิม และมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง แต่การปรับโมเดลของฟิทช์ทำให้ทุกประเทศถูกปรับลด และมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ไม่ถูกปรับลด จึงไม่มีปัญหาผลกระทบกับเศรษฐกิจ” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ในรายงานความเสี่ยงทางการคลังปีงบประมาณ 2558 ได้ประเมินความเสี่ยงทางการคลังในปีงบประมาณ 2559-2564 โดยประเมินเศรษฐกิจไทยอย่างระมัดระวังว่าจะขยายตัว 3-4% โดยยังไม่รวมนโยบายและมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในอนาคตของรัฐบาล ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้มากกว่าที่ประเมินไว้ในรายงาน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี 2559-2564 การจัดเก็บรายได้จะน้อยกว่ารายจ่าย โดยในปีงบประมาณ 2559 ประมาณการรายได้ 2.33 ล้านล้านบาท ต่ำกว่ารายจ่าย 4.4 แสนล้านบาท หรือมีรายจ่าย 2.77 ล้านล้านบาท และปีงบประมาณ 2564 รายได้ 2.94 ล้านล้านบาท ต่ำกว่ารายจ่าย 7.3 แสนล้านบาท หรือมีรายจ่าย 3.67 ล้านล้านบาท ถือเป็นเรื่องปกติของประเทศที่อยู่ระหว่างการพัฒนา รายจ่ายจะขยายตัวเร็วกว่าการหารายได้ และคลังได้เร่งปฏิรูปภาษี และเดินหน้าอี-เพย์เมนต์ ทำให้จัดเก็บภาษีรั่วไหลลดลง

นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ห่วงหนี้สาธารณะของไทยที่เพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าปีงบประมาณ 2559 มีหนี้ 6.26 ล้านล้านบาท หรือ 44.9% ของจีดีพี และในปีงบประมาณ 2564 จะมีหนี้ 9.77 ล้านล้านบาท หรือ 53.3% ยังต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ 60% ของจีดีพี และหากการดำเนินการมาตรการต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจโตได้เต็มศักยภาพ 4.5-5% จะทำให้สัดส่วนหนี้ลดลงมาก รวมทั้งมีหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 9 แสนล้านบาท ที่ไม่เป็นภาระงบประมาณ ซึ่งหากตัดหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ออก หนี้สาธารณะของไทยจะอยู่ระดับต่ำ ไม่น่าเป็นห่วง

ทั้งนี้ ในรายงานได้เสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อลดความเสี่ยงการคลังที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้แก่ ประเมินรายได้ รายจ่าย และฐานะการคลังให้ทันกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการเสียภาษีที่ถูกต้อง สร้างแรงจูงใจลดการหลบเลี่ยงภาษี เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่