
โบสถ์กลางน้ำ
ไม่ใช่เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็น “มรดกโลก” แต่ “อุโบสถ หรือโบสถ์กลางน้ำ”
ไม่ใช่เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็น “มรดกโลก” แต่ “อุโบสถ หรือโบสถ์กลางน้ำ” ของวัดคลองเขาจันทร์ ตั้งอยู่ริมถนนสายเขาไพร-หนองปรือ หมู่ที่ 3 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังและกำลังกลายเป็นที่สนใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่แพ้กัน
นักท่องเที่ยวต่างพากันทึ่งในความมหัศจรรย์การก่อสร้างอุโบสถกลางน้ำที่ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างเพียงระยะสั้นๆ 150 วัน ทำได้อย่างไร ที่สำคัญใช้เงินแค่ 15 ล้านบาทสำหรับสร้างอุโบสถด้วยเหล็กและสเตนเลสทั้งหลัง ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 29 เมตร ลึก 2.50 เมตร และมีน้ำล้อมรอบ
อุโบสถกลางน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นโดยแฝงไปด้วยปริศนาธรรมต่างๆ เช่น ฝังลูกนิมิต 9 ลูก มีบันได 7 ขั้น มีหน้าต่าง 8 บาน ตัวอุโบสถทั้งหลังจะฉาบไว้ด้วยสีเหลืองทอง เมื่อพระอาทิตย์สาดส่องทั้งเช้าและเย็น จะทำให้แลเห็นเป็นสีทองอร่าม จนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพุทธบริษัทและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ภายในและภายนอกยังมีรูปภาพแสดงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า รวมทั้งพระพุทธประวัติ การตรัสรู้ และการปรินิพพาน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงธรรมะอย่างถ่องแท้และครบถ้วน ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมพระราชปรารภ พระราชดำรัสต่างๆ ไว้ตามฝาผนังโดยรอบ รวมทั้งยังมีการปลูกต้นแก้วไว้รอบวัด เพื่อสื่อความหมายว่าเป็นกำแพงแก้ว
จากจุดเด่นดังกล่าวนั้นทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความเลื่อมใสศรัทธา นำบุตรหลานมาบรรพชาที่วัดแห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากมีประเพณีที่แปลกเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นั่นคือ เมื่อนาคเดินบนพื้นดินเวียนรอบโบสถ์ ในรอบที่ 1 แล้ว จะต้องนั่งเรือเพื่อให้พ่อแม่ลากจูงไปรอบโบสถ์อีก 1 รอบ ก่อนที่นาคจะกลับขึ้นมาเดินบนพื้นโบสถ์ชั้นในสุดอีก 1 รอบ รวม 3 รอบ
ประเทศไทยมีประเพณีแปลกๆ ทั่วไทย แต่แฝงไปด้วยหลักธรรมและคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า







