
หัวหินเมืองตากอากาศในประวัติศาสตร์
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
นับตั้งแต่ประเทศไทยของเรามีการเริ่มนำระบบวันหยุดเพื่อการพักผ่อนในวันเสาร์และอาทิตย์เข้ามาใช้ในระบบราชการเมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา บรรดาขุนนาง ขุนทหาร ข้าราชการระดับสูง รวมไปถึงพ่อค้าคหบดีในสมัยก่อนต่างนิยมพาครอบครัวไปพักผ่อนตากอากาศที่หัวหิน เมืองชายทะเลที่อยู่ใกล้บางกอก มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ มีภาพลักษณ์ของสังคมชั้นสูงและทันสมัยที่สุดในยุคนั้น
ผมเคยได้ยินได้ฟังมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวว่าในยุคนั้น ถนนสายแห่งความเจริญในด้านต่างๆ ต่างมุ่งสู่หัวหิน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ เส้นทางคมนาคมทางถนน โรงแรม บ้านพักตากอากาศทั้งของเจ้าและของนาย โรงพยาบาล แม้กระทั่งสนามกอล์ฟ ว่ากันว่าในสมัยนั้นหัวหินมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจสูงกว่าที่อื่น ทุกวันเสาร์และอาทิตย์บริเวณชายหาดจะเนืองแน่นไปด้วยเหล่าคนดังในสังคมไทยที่ประชันขันแข่ง ทั้งในด้านความมั่งคั่ง ร่ำรวย อำนาจ อีกทั้งเสื้อผ้าการแต่งกาย ชุดว่ายน้ำที่สวยงามละลานตา สร้างสีสันและชื่อเสียงของชายหาดหัวหินให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้แล้วในเหตุการณ์สำคัญๆ ทางการเมืองการปกครองของไทย เคยมีหัวหินเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยหลายกรณีครับ
ในยุคนั้นพื้นที่ทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้ ต่างก็ยังคงอยู่ในแบบวิถีธรรมชาติดั้งเดิม พัทยายังคงเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างสงบเงียบ ภูเก็ตยังเนืองแน่นไปด้วยเรือขุดแร่จอดปฏิบัติงานเสียงดังในหลายชายหาด ส่วนเกาะสมุยนั้นยังเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยหมู่ต้นมะพร้าวสูงสุดสายตา ส่วนหมู่เกาะแก่งที่สวยงามทางภาคใต้ของไทย อย่างเช่น ถ้ำมรกต นั้นยังเป็นดินแดนที่แฝงตัวของบรรดาสลัดทะเลทั้งหลายที่เชื่อกันว่าต่างนำเอาทรัพย์สินที่หามาได้มาซุกซ่อนไว้บริเวณถ้ำลับบนชายหาดอีกด้านหนึ่งของถ้ำ เป็นต้น
หัวหินน่าจะเป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย ก่อนที่จะมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวชายทะเลอื่นๆ โดยเฉพาะทหารอเมริกันในยุคสงครามเวียดนามที่มาพักผ่อนท่องเที่ยวที่พัทยา จนทำให้เมืองท่องเที่ยวชายทะเลในด้านภาคตะวันออกตรงข้ามกับหัวหินมีอัตราการเจริญเติบโตสูง เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการขยายการลงทุนในโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด มีท่าเรือน้ำลึก มีสนามบินขนาดใหญ่ มีนิคมอุตสาหกรรม มีสถานบันเทิง ที่พักหลากหลายระดับ จึงทำให้หัวหินไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะไปเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับพัทยาในเรื่องมูลค่าของธุรกิจท่องเที่ยวได้เลยนับแต่นั้นมาตราบถึงในวันนี้
ปัจจุบันนี้หัวหินยังคงยืนอยู่ในจุดเดิม คือเป็นสถานที่พักตากอากาศแบบเฉพาะเจาะจงของผู้ที่ต้องการพักผ่อนตากอากาศชายทะเลที่แท้จริง แต่ไม่ใช่ผู้มาท่องเที่ยวเชิงปริมาณอย่างเช่นกรุ๊ปทัวร์จากจีน อินเดีย เกาหลี เหมือนพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งนี้น่าจะเป็นสาเหตุมาจากเพราะว่าใน อ.หัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่มีร้านจำหน่ายสินค้า หรือบริการขนาดใหญ่ ที่พอจะเป็นที่สร้างรายได้เป็นของแถมให้หัวหน้าทัวร์ ไกด์ที่มากับกรุ๊ปทัวร์ อาทิ ร้านจิวเวลรี่ ร้านสินค้าปลอดภาษี สวนสัตว์ ฟาร์มจระเข้หรือสวนงู เหมือนในภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ
หัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงในปัจจุบันยังคงมีแค่ร้านแม่กิมลั้ง แม่กิมไล้ แม่ละเมียด ที่ขายขนมหม้อแกงมีรายได้วันต่อวันเท่านั้นครับ ไม่สามารถจ่ายค่าหัวได้สูงเหมือนธุรกิจอื่นๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้จัดทัวร์เชิงปริมาณจากเอเชียเข้ามาที่หัวหินมากเท่าใดนักในแต่ละปี แม้จะมีร้านจำหน่ายสินค้าจากโรงงาน สวนสัตว์ขนาดย่อม หรือสวนน้ำที่ทันสมัยเข้ามาให้บริการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้มาท่องเที่ยวได้ทุกวันตลอดสัปดาห์อยู่ดี
หัวหินยังมีข้อจำกัดในด้าน Awareness ในตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพต่างทวีปอื่นๆ ด้วยสาเหตุที่หน่วยงานท่องเที่ยวภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว มักจะไม่ค่อยมีงบประมาณสนับสนุนการโปรโมทหัวหินมากนัก ในขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนเองก็ยังอยู่ในสภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม บริษัททัวร์ สถานบันเทิง สวนสนุก หรือส่วนบริการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ส่วนใหญ่จะมีรายได้มากเพียงในวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างมีจำกัดโดยเฉพาะในยามค่ำคืน นอกจากถนนเลียบชายหาดและตลาดนัดกลางคืนกลางเมืองแล้ว แทบจะหาสถานที่ไปเที่ยวชมหรือพักผ่อนไม่ได้เลย
โครงการระดับเมกะโปรเจกต์ที่กำลังจะเข้ามาในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ รถไฟฟ้าหรือรถรางคู่ ก็จะช่วยในการพัฒนาเมืองหัวหินให้มีความทันสมัย แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์ในด้านการขยายจำนวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก นักท่องเที่ยวที่จะมีเพิ่มมากขึ้นนั้นน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติผู้มีถิ่นพำนักในบ้านเรามากกว่า และแน่นอนที่สุดพวกเขาเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะมาท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์มากกว่าวันธรรมดาเหมือนเดิมครับ
ปัญหาและอุปสรรคในภาคธุรกิจท่องเที่ยวของหัวหินนั้น คือจำนวนนักท่องเที่ยวในวันธรรมดาที่มีอยู่อย่างจำกัด ขาดการทำ Destination Awareness ในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อัตราค่าที่พักที่ค่อนข้างสูงในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ยาวๆ แต่มาแข่งขันตัดราคากันในวันธรรมดา ไม่มีตลาดบริษัทห้างร้านหรือนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่หากต้องพึ่งพิงตลาดนักธุรกิจ และการประชุมสัมมนาจากที่อื่นโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งในปัจจุบันตลาดนี้กลับหันมามีความต้องการห้องพักในวันหยุดสุดสัปดาห์มากขึ้นกว่าวันธรรมดาเฉกเช่นในอดีต
ความน่าวิตกอีกประการหนึ่งก็คือ บ้านจัดสรรและห้องคอนโดมิเนียมที่ยังขายไม่ได้ในปีที่แล้ว ก็ยังคงอยู่ทั้งในหัวหิน ชะอำ และปราณบุรี ที่ตามตัวเลขของหน่วยงานภาคเอกชนคาดการณ์ว่ามีเกือบ 9,000 ยูนิต ด้วยเหตุผลหลายประการทั้งสภาพเศรษฐกิจ การขาดแคลนกำลังซื้อ ยังไม่พร้อมโอน ผู้ซื้อไม่ผ่านการประเมิน ทิ้งดาวน์ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างกังวลว่าหากสถานการณ์การขายบ้านและอาคารชุดยังไม่ดีขึ้น อาจจะมีการนำเอาทั้งบ้านและห้องเหล่านี้มาดัดแปลงเป็นทั้งบ้านพัก ห้องพักจำหน่ายรายวันเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะยิ่งทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่ต้องเชิญกับความลำบากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ
แต่อย่างไรก็ดี ผมยังเชื่อว่าด้วยโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านสาธารณูปโภคทั้งหลายที่กำลังจะเกิดขึ้นจากนโยบายภาครัฐ รวมไปถึงโครงการห้างสรรพสินค้า สวนสนุก และสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกทั้งการดำเนินงานสร้างสรรค์กิจกรรมทางการท่องเที่ยวของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดมหกรรมดนตรี การแข่งขันกีฬาระดับโลก การประกวดต่างๆ ที่จัดกันเป็นประจำในหัวหินจะช่วยเป็นแม่เหล็กช่วยกระตุ้นความน่าสนใจและดึงดูดผู้ซื้อโครงการที่พักอาศัยให้มาจับจองทั้งบ้านพักและอาคารชุดในเมืองตากอากาศที่มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่น่าสนใจของประเทศไทยกันมากขึ้นนับจากนี้ไปครับ







