
อวสานคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล. สัญญาณป่วนเมืองรอบใหม่
การเมืองไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีมติ 103 ต่อ 4 เสียง เนื่องจากเห็นว่าประเด็นที่นำมาอุทธรณ์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใหม่ เท่ากับเป็นการปิดฉากคดียึดทรัพย์อย่างสมบูรณ์ และทรัพย์ที่ยึดไว้ 4.6 หมื่นล้านบาท จะตกเป็นของแผ่นดินทันที และน่าจะส่งผลให้การพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ทันทีที่ทราบผลการตัดสิน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวจะเดินหน้าแสวงหาความยุติธรรมต่อไป
คำประกาศดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายต่างวิเคราะห์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิดเกมสู้อีกครั้งเหมือนช่วงหลังคดียึดทรัพย์วันที่ 26 ก.พ. ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความรุนแรงทางการเมืองพฤษภาเลือด ครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะเปิดเกมเต็มที่ เพราะไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกต่อไปแล้ว
จากนี้ไปกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง โดยนำประเด็นยึดทรัพย์ผสมโรงกับเรื่องการสั่งฟ้องคดีก่อการร้ายกับแกนนำเสื้อแดง โดยเดินเกมใต้ดินเพื่อสร้างสถานการณ์ปลุกความรุนแรงสอดรับกับข้อมูลจากหน่วยข่าวความมั่นคง เตือนถึงการ
“วินาศกรรม” ในเดือน ส.ค. อันตราย หลังจากมีการวางระเบิดท้าทายรัฐบาลหลายครั้ง โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ มีการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลสันป่าตอง ในวันที่ 12 ส.ค. แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังไม่กล้าประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตามที่เคยตั้งใจไว้หรือไม่ ซึ่งต้องให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) รายงานสถานการณ์ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบอีกครั้งในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ต้องติดตามว่าจะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มหรือไม่ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองอาจจะกลับเข้าสู่ภาวะเปราะบางอีกครั้ง
ขณะที่ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงมีความคืบหน้ามากขึ้น เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช.รวม 19 คน ในความผิดฐานร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด หรือสนับสนุนให้มีการกระทำผิดฐานก่อการ
ส่วนของผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนี ประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายอดิศร เพียงเกษ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอติดตามตัวมาฟังคำสั่งคดีภายหลัง
การสั่งฟ้องดังกล่าวทำให้ แกนนำ นปช.อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาตอบโต้สำนักงานอัยการสูงสุดว่าทำงานตามใบสั่งการเมือง ดังนั้นทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการนัดชุมนุมที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด โดยจะกำหนดวันและเวลาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในวันที่ 16 ส.ค. นายจตุพร และนายการุณ โหสกุล สส.กรุงเทพฯ พรรคเดียวกัน ต้องไปให้สอบปากคำด้วยตัวเอง ที่ศาลอาญา โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ตามหลักกฎหมายเมื่ออัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว บุคคลทั้งสองจึงไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงผู้ต้องหา แต่จะต้องถูกควบคุมตัวในฐานะจำเลย โดยจำเลยต้องเดินทางมาพร้อมกันที่ศาล ซึ่งอาจต้องยื่นประกันตัวในชั้นศาลอีกครั้ง ต้องติดตามว่าทั้งสองคนจะได้รับการประกันหรือไม่ หรือต้องนอนคุกเหมือนแกนนำคนอื่นบ้าง
nตีกลับรถเมล์ทำสภาล่มซ้ำซาก
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปตามคาดเมื่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ล่มลงอย่างกะทันหัน เพราะองค์ประชุมไม่ครบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ครม.มีมติตีกลับโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่กระทรวงคมนาคมของพรรคภูมิใจไทยเสนอมาหลายครั้ง โดยที่ประชุม ครม. มอบหมายให้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจไปศึกษารายละเอียดอีกครั้ง
เหตุการณ์สภาล่มดังกล่าวทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงกรณีรถเมล์ด้วยการโดดประชุมสภา อย่างไรก็ตาม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคไม่ได้มีความคิดแบบนั้นและ สส.ของพรรคก็เข้าประชุมเกือบครบ คิดว่าเป็นเพราะ สส.ส่วนใหญ่ลงพื้นที่ในช่วงวันหยุดยาวมากกว่า แต่นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม คนใกล้ชิด นายเนวิน ชิดชอบ ดูแล ขสมก. ออกมาระบุว่า โครงการดังกล่าวจะเสนอเข้า ครม.อีกครั้งใน 2 เดือน หากยังไม่ได้รับการอนุมัติอีกคงอยู่ร่วมกันลำบาก ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าจะส่งผลต่อการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในวันที่ 1819 ส.ค.นี้หรือไม่ กลางสัปดาห์หน้าคงจะรู้กัน
nฮุนเซนสร้างภาพถอนทหารรับยูเอ็น
ส่วนกรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชายังทำสื่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึง นายบันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อขอให้เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา แล้ว โดยระบุว่า นายบันคีมุนจะเดินทางมาประชุมที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 2728 ต.ค.นี้ พร้อมระบุว่า ได้สั่งถอนกำลังทหารตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกือบ 50% แล้ว เพราะไม่ต้องการรบกับไทย แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทย เชื่อว่าคำสั่งถอนทหารของกัมพูชาน่าจะเป็นการสร้างภาพ การถอนทหารนั้นชี้ให้เห็นว่ามีกำลังทหารน้อยกว่าประเทศไทย เพื่อต้องการให้ยูเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาข้อพิพาทเท่านั้น ซึ่งล่าสุดโฆษกสหประชาชาติ ในกรุงพนมเปญ ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันว่านายบันคีมุน จะเดินทางไปกัมพูชาได้หรือไม่ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเดือนหน้าจะเข้าพบนายบันคีมุน ที่มหานครนิวยอร์ก เพื่ออธิบายความเข้าใจในเรื่องนี้ และจะร่วมหารือกับนายบันคีมุน เพื่อหาทางออกสำหรับข้อพิพาทดังกล่าวด้วย ต้องจับตามองต่อไปว่า นายฮุนเซน จะงัดเรื่องใดมาเพื่อดิสเครดิตประเทศไทยอีก
nหญิงเป็ดลั่นนั่งผู้ว่าสตง.ยาว
ปิดท้ายที่เรื่องตำแหน่งผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ยังคาราคาซังอย่างต่อเนื่อง โดยคุณหญิงจารุวรรณ ออกมาประกาศอีกครั้งว่าจะไม่ยอมลงจากตำแหน่งในตอนนี้และจะทำงานต่อไป เพราะเห็นว่าคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ผูกพันองค์การอิสระ







