posttoday
ระบบพร้อมเพย์ที่รัฐบาลส่งเสริม

ระบบพร้อมเพย์ที่รัฐบาลส่งเสริม

13 กรกฎาคม 2559

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

กําลังมีการพูดกันหนาหูถึงเรื่องระบบพร้อมเพย์ที่รัฐบาลส่งเสริมทั้งในแง่ของการชักจูง และให้แรงจูงใจต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามาจากทางฝั่งของธนาคารพาณิชย์ กับในแง่ของความลังเลไม่แน่ใจในความปลอดภัยจากฝั่งของผู้บริโภคหรือผู้ใช้

วันนี้เลยของดการเขียนด้านวิชาการสักวันแล้วหันมาตั้งคำถามที่คาใจหลายๆ คน รวมทั้งตัวผู้เขียนเองเกี่ยวกับเรื่องระบบพร้อมเพย์นี้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อได้เขียนเรื่องของมาตรฐานการชั่งตวงวัดของมาตรวิทยาไปติดๆ กัน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นวิชาการที่ค่อนข้างหนัก

ที่จริงแล้วเรื่องของระบบพร้อมเพย์เพิ่งจะเป็นที่รับรู้กันไม่นานมานี้ ว่าให้มีการนำบัตรประชาชนมาผูกกับบัญชีธนาคารแล้วก็อาจจะมีเบอร์โทรศัพท์มือถือด้วย ไปลงทะเบียนกับธนาคารพาณิชย์หรือกับธนาคารที่เปิดให้บริการพร้อมเพย์เพื่อใช้ระบบการชำระเงินแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถจ่ายเงินโดยตรงให้กับประชาชนผู้รับได้เลย โดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลาง

เช่น ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็เป็นองค์กรบริหารส่วนห้องถิ่น ตรงนี้จึงเกิดคำถามข้อที่ 1 ขึ้นมาแล้วว่า ถ้าเป็นส่วนกลางหรือในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกรณีของเงินเดือนและเงินบำนาญข้าราชการส่วนกลาง รัฐบาลได้จ่ายเข้าบัญชีโดยตรงอยู่แล้ว แม้ไม่มีระบบพร้อมเพย์ และจะให้ระบบพร้อมเพย์เข้ามามีบทบาทอะไร ที่ตรงไหน และอย่างไร ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียนก็ได้รับเงินเดือน หรือบำนาญอยู่แล้ว ส่วนประเด็นการลดค่าธรรมเนียมโอนเงินให้กับผู้ลงทะเบียนในระบบพร้อมเพย์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่การไม่ลงทะเบียนแล้วจะไม่ได้รับเงิน

ประเด็นที่สอง คือ การผูกเลขบัตรประชาชนเข้ากับบัญชีธนาคารที่จะลงทะเบียนเข้าระบบพร้อมเพย์ ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องของบัตรประชาชนกับธนาคารนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว หากลูกค้าเบิกเงินต่างสาขา ธนาคารเขาต้องขอบัตรประชาชนไปถ่ายสำเนามาให้เซ็นรับรองอยู่แล้ว จึงไม่เข้าใจว่า “แล้วจะเป็นอย่างไร” ถ้าให้เดาน่าจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามที่จะจัดระเบียบของพลเมืองในประเทศให้แต่ละคนมีข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งในกรณีของประเทศไทยคือกระทรวงมหาดไทย เพื่อว่าในอนาคตพลเมืองไทยที่มีบัตรประชาชน จะทำธุรกรรมที่ไหนไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนอีก

ยกตัวอย่างที่ผู้เขียนพอจะทราบ เช่น หากมีคนจะไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากอีกเหมือนกัน หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาต่อท่อข้อมูลบุคคลกับกระทรวงมหาดไทยเสร็จ บุคคลคนนั้นจะไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไป เพียงแต่แสดงบัตรประชาชนที่พกติดตัวไปซึ่งมีเลขที่อยู่บนบัตรด้วยก็จะสามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้ เช่นเดียวกับกรณีไปทำพาสปอร์ต ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้กระบวนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเร็วขึ้นนิดหนึ่ง แต่จะไม่เร็วเท่าการทำพาสปอร์ต เนื่องจากมีเรื่องของการตรวจสอบ ประกาศโฆษณา ฯลฯ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะอีกทีหนึ่ง

ส่วนการที่จะนำทั้งเลขที่บัญชีผูกกับบัตรประชาชนแล้วยังไปผูกกับโทรศัพท์มือถือนั้น คงอธิบายได้ยากว่าจะผูกกับโทรศัพท์มือถือเพื่ออะไร การผูกกับโทรศัพท์มือถือ หรือ Smart Phone นั้น น่าจะเป็นเรื่องของอี-เพย์เมนต์เป็นหลักมากกว่าพร้อมเพย์ เพียงแต่เรื่องพร้อมเพย์จะได้รับบริการไปด้วยเป็นเสมือนผลพลอยได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้บริโภคหรือผู้ใช้มีความกังวล แถมยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมโดยข่าวสารทาง Social Media ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

หน่วยงานของรัฐบาลเองที่เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้น่าจะออกมาให้ความเห็นหรือแถลงหรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชัดเจน แต่ที่เห็นนั้นมีเพียงฝั่งของธนาคารพาณิชย์ที่ออกมาปฏิเสธว่า การผูกบัญชีธนาคารกับบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือในระบบพร้อมเพย์เป็นไปเพื่อความสะดวกในการรับเงินเข้าบัญชีเท่านั้น ใครที่ไม่ใช่เจ้าของบัญชีจะไปล้วงถอนเงินมาจากบัญชีคนอื่นไม่ได้ง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีกระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ออกมาบอกว่า กรณีของบริษัทที่มีเลขซ้ำกับบัตรประชาชนได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว

แต่หน่วยงานที่สำคัญ เช่น กรมบัญชีกลาง ไม่มีการแจ้งเป็นทางการหรือแถลงข่าวว่า หากไม่มีการจดทะเบียนบัญชีพร้อมเพย์จะไม่ได้รับเงินเดือน หรือบำนาญ ฯลฯ จะประสบการณ์ของผู้เขียน หากจะมีการใช้อะไรกันอย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราว กรมบัญชีกลางจะมีหนังสือเป็นทางการถึงหน่วยราชการต่างๆ ขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ให้ราชการทราบ เช่น กรณีของการยื่นรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Pensions’ Electronic Filing) เป็นต้น หรืออาจเป็นเพราะการจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือจ่ายบำนาญนั้น มีการนำเข้าบัญชีโดยตรงอยู่แล้ว จึงปล่อยให้เป็นเรื่องของธนาคารที่จะไปชักจูงลูกค้ากันเอง

ที่สำคัญหน่วยงานที่รับผิดชอบกับความปลอดภัยด้านอิเล็กทรอนิกส์และบัตรประชาชนทั้ง ICT, DSI, กสทช. กรมการปกครอง ไม่มีการออกมาแถลงชี้แจงว่ามีความปลอดดภัยแค่ไหนอย่างไร เรื่องที่ส่งกันไปมาใน Social Media นั้นจริงหรือไม่ แถมหน่วยงานที่ควบคุมเรื่องนี้ก็เงียบอีก ไม่มีการสืบหาต้นตอ จับกุม (กรณีที่ไม่เป็นความจริง) ได้แต่ปล่อยให้มีการพูดกันผิดๆ กุข่าว ปล่อยข่าว ให้เป็นที่ตระหนกตกใจกันไปทั่วทุกครั้งที่มีโอกาส

แล้วอย่างนี้จะไว้ใจได้อย่างไร ถ้าหน่วยงานด้านนี้ไม่แอ็กทีฟและเข้มแข็งจริง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69