
หวั่นบาทแข็งหลังลงประชามติ
กสิกรไทยลุ้นประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ วัดความเชื่อมั่น หากรับร่างฯ ค่าเงินบาทสิ้นปีจะแข็งค่าขึ้น เงินยังไหลเข้าตลาดตราสารหนี้
กสิกรไทยลุ้นประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ วัดความเชื่อมั่น หากรับร่างฯ ค่าเงินบาทสิ้นปีจะแข็งค่าขึ้น เงินยังไหลเข้าตลาดตราสารหนี้
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 36.20 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายใต้ประมาณการว่าผลของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ หากมีมติรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะทำให้ตลาดเกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น เพราะการเมืองมีเสถียรภาพ จะทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก
อย่างไรก็ดี หากผลการลงประชามติออกมาว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าปัจจัยภายในไม่เปลี่ยนแปลง จะมีผลทำให้ค่าเงินบาทสิ้นปีจะโน้มอ่อนค่าลงไปที่ประมาณการเดิม 37 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยจะเริ่มเห็นสัญญาณในไตรมาส 3เงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าลงจากระดับ 35.11 บาท/เหรียญสหรัฐในปัจจุบัน ไปอยู่ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
“ประเด็นการเมืองไทยจะกลับมามีผลต่อตลาดอีกครั้งในเดือน ส.ค. เนื่องจากจะมีกำหนดให้ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตลาดจับตาว่าหากการกลับมาสู่ประชาธิปไตยล่าช้าออกไป ก็จะทำให้อุปสงค์ในประเทศของไทยมีสัดส่วนที่ต่ำ และทำให้ไทยยังต้องพึ่งพาอุปสงค์จากต่างประเทศอยู่ เป็นการเน้นย้ำว่าไทยต้องการให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มียอดซื้อสุทธิ 1.13 แสนล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ขายสุทธิ 1.1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เงินไหลเข้าในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย. กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งเดือน มิ.ย. ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท และยังคงซื้อต่อเนื่องในเดือนนี้ ณ วันที่ 8 ก.ค. ซื้อสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท







