posttoday

"ศานิตย์"สั่งสอบ"ร.ต.อ."จ่าย 7 แสนซื้อตำแหน่งสารวัตร

12 กรกฎาคม 2559

รรท.ผบช.น. รับคดี"ร.ต.อ."แจ้งจับกันเองจ่ายค่าวิ่งเต้น 7 แสน ซื้อตำแหน่งสารวัตร เรื่องจริง สั่งผบก.น.2 สอบสวน ระบุ ตำรวจที่เรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ต้องเจอโทษจำคุก 5 ปี ส่วนคนจ่ายส่อผิดวินัย

รรท.ผบช.น. รับคดี"ร.ต.อ."แจ้งจับกันเองจ่ายค่าวิ่งเต้น 7 แสน ซื้อตำแหน่งสารวัตร เรื่องจริง สั่งผบก.น.2 สอบสวน ระบุ ตำรวจที่เรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ต้องเจอโทษจำคุก 5 ปี ส่วนคนจ่ายส่อผิดวินัย

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบันทึกรายงานคดีที่เกิดขึ้นถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 โดยมีข้อมูลระบุว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีระหว่างตำรวจยศ ร.ต.อ.2 คน ซึ่งแจ้งความไว้ในพื้นที่ สน.บางซื่อ โดยมีใจความระบุว่า ฝ่ายผู้เสียหายได้ว่าจ้างตำรวจนายหนึ่งด้วยเงินจำนวน 7 แสนบาทเป็นค่าวิ่งเต้นตำแหน่ง "สารวัตรตำรวจ" แต่เมื่อถึงเวลาพิจารณาปรับเลื่อนตำแหน่ง ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่สามารถทำตามที่รับปากได้จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อขอให้มีการดำเนินคดีทางกฏหมาย เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว จากพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2แล้ว และได้สอบถามไปยังพ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ ถึงรายละเอียดคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.เจริญ เร่งดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยยืนยันที่จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนกรณีที่มีการว่าจ้างโดยหวังผลประโยชน์ในทางราชการนั้น เบื้องต้นจะต้องพิจารณาทั้งสองส่วน โดยส่วนของผู้ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ก็อาจเข้าข่ายความผิด ฐานเรียกรับหรือรับ ผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา มีอัตราโทษจำคุก 5 ปีปรับไม่เกิน 10,000บาท ส่วนผู้ที่ว่าจ้างว่าจะขอซื้อตำแหน่งทางราชการนั้น เบื้องต้นมองว่าเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัย และอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาตามมาตรา 144 ฐาน ผู้ใดให้ เสนอให้ รับว่าจะให้ เพื่อจูงใจให้กระทำผิดโดยไม่ชอบ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ส่วนดังกล่าว ต้องมีการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถสรุปได้ว่า เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดดังกล่าวหรือไม่ ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นการกุเรื่องขึ้นเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้น้อย แต่อย่างไรก็ตาม อยากขอเวลาให้ทางตำรวจได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มีคำตอบ ต่อสังคมยุติข้อครหาต่างๆ ต่อไป

ด้านพล.ต.ต. เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2(ผบก.น.2) เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ รับแจ้งความจากร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รองสารวัตรจราจร สน.นิมิตรใหม่ ที่ระบุว่า จ่ายเงิน จำนวน 7 แสนบาท เพื่อแลกกับการโยกย้ายตำแหน่งให้กับเพื่อน คือ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.บางรัก แต่กลับพบว่า ไม่สามารถวิ่งเต้นตำแหน่งให้ได้จริง ทั้งนี้ ข้อเท็จจริง ปรากฏว่า ร.ต.อ. ชนินท์ธัช มาแอบอ้างเอาเงินจาก ร.ต.อ.ชาญชาย และอ้างว่า จะเอาไปซื้อของขวัญให้กับนายตำรวจผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการขอบคุณ เพราะทราบมาว่า ร.ต.อ.ชาญชาย มีชื่อเลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตรแล้ว แต่เมื่อได้เงิน ร.ต.อ.ชนินท์ธัช กลับนำไปใช้ส่วนตัว โดยยอมรับว่า ไม่เคยรู้จักหรือสามารถวิ่งเต้นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้จริง เมื่อรู้ว่า ถูกแจ้งความดำเนินคดี ก็นำเงินมาฝากคืนไว้กับพนักงานสอบสวน

แต่กรณีนี้ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช ถือว่ามีความผิดในคดีอาญา ที่ไม่สามารถยอมความได้ แม้จะคืนเงินของกลางแล้วก็ตาม เพราะมีโทษทางอาญาฐานเรียกรับผลประโยชน์ และ ทางวินัย ซึ่งโทษทางวินัยสูงสุด คือ ไล่ออก โดยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อพิจารณาโทษ เพราะกรณีนี้ ส่งผลต่อความเสียหายภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข่าวล่าสุด

ธนารักษ์ มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ 699 ไร่ ให้ชาวสวนผึ้งได้สิทธิทำกิน-อาศัย