posttoday
ญาติทำบุญรำลึก 17 ปีเหยื่อรอยัลพลาซ่าถล่ม

ญาติทำบุญรำลึก 17 ปีเหยื่อรอยัลพลาซ่าถล่ม

13 สิงหาคม 2553

ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศลครอบรอบ 17 ปีเหยื่อโรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม คร่าชีวิตไปกว่า137รายบาดเจ็บ 227 ราย

ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศลครอบรอบ 17 ปีเหยื่อโรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม คร่าชีวิตไปกว่า137รายบาดเจ็บ 227 ราย

 

ญาติทำบุญรำลึก 17 ปีเหยื่อรอยัลพลาซ่าถล่ม

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวนกว่า 20 ครอบครัว รวมถึงผู้รอดชีวิตทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งนี้เป็นวันครบรอบ 17 ปี เหตุการณ์อาคารโรงแรมรอยัลพลาซ่าที่ตั้งอยู่ริมถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา พังถล่มเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2536 ที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 137 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก  
 
ทั้งนี้ในช่วงเช้าบรรดาญาติและผู้รอดชีวิตประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล ให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด พร้อมถวายสังฆทาน - ถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์จำนวน 29 รูป  ทำบุญกรวดน้ำเผารายนามผู้เสียชีวิต เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลและส่งวิญญาณผู้ล่วงลับให้ไปสู่สุคติ และรำลึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในความทรงจำที่แสนเจ็บปวดของชาวจังหวัดนครราชสีมา ตลอดมา โดยเฉพาะครอบครัว และญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งได้รับบาดเจ็บจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ดังนั้นในทุกปีจึงได้มีการร่วมกันจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่จากไปจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นประจำทุกปี
 
ถึงแม้เหตุการณ์ วันที่  13 ส.ค.พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นวันที่ตึกของโรงแรมรอยัลพลาซ่าพังถล่มลงมา ส่งผลให้ประชาชนที่มาใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูกรมสามัญศึกษาที่จัดสัมมนาอยู่ในโรงแรมรวมทั้งพนักงานของโรงแรมเสียชีวิตรวม 137 ศพ บาดเจ็บ กว่า 227 ราย จะผ่านมานาน ถึง 17 ปี แล้วก็ตาม แต่ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้น ยังคงติดตรึงตาอยู่ในความทรงจำของนางนาตยา  แหวนโคกสูง  อายุ  46  ปี  อดีตพนักงานทำความสะอาดของโรงแรมแห่งนี้ตลอดไป  เนื่องจากเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และถึงแม้จะรอดชีวิตมาได้  แต่เธอก็ต้องเสียขาทั้ง 2 ข้างไป จากแผ่นผนังปูนของตัวอาคารโรงแรมพังถล่มทับที่ขาเป็นเวลานานเกือบ 3 วัน ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องตัดขาเธอทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของเธอเอาไว้
 
นางนาตยา ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ 262/5 ซอยเดชอุดม 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา    มีบุตร 2 คน    เล่าย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังว่า ขณะที่เธอเองกำลังทำงานอยู่ภายในโรงแรม  ซึ่งขณะนั้นตัวเธอทำงานในตำแหน่งแม่บ้าน  ดูแลห้องพักอยู่ที่บริเวณชั้น 2  เวลาประมาณ 10.10 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม 2536 ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านบนตัวโรงแรมจึงรีบวิ่งออกมาดูที่ทางเดิน แต่ไม่นานผนังปูนของโรงแรมได้พังถล่มลงมาทับที่ตัวและจากนั้นทุกอย่างก็มืดสนิทได้ยินแต่เสียงร้องของความช่วยเหลือไปทั่วบริเวณ 
 
หลังจากนั้น 3 วัน เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็เริ่มเงียบหายไปทีละเสียง จนตัวเธอเองคิดว่าตนเองอาจจะไม่รอดจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ได้แต่ภาวนาถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยคุ้มครอง จนเวลาผ่านไป เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงสามารถช่วยเหลือตัวเธอขึ้นมาได้  ซึ่งตัวเธอจะต้องเสียขาทั้ง 2 ข้างไป เนื่องจากขาทั้ง 2 ข้าง ถูกกดทับด้วยแผ่นปูนเป็นเวลานาน และเกิดการติดเชื้อ แพทย์จึงจำเป็นที่จะต้องตัดขาทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้  ซึ่งหลังจากที่ต้องเสียขาทั้ง 2 ข้างไป  ก็เกิดความเครียดและความกังวลอย่างมาก
 
เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นภาระให้ครอบครัวต้องมาคอยดูแล และไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้  แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัว ทั้ง สามีโดยเฉพาะลูกๆ ทั้ง 2 คน ที่ต่างคอยให้กำลังใจ และปลอบโยนคอยช่วยเหลือและไม่ทำให้ตัวเองคิดว่ากลายเป็นภาระ อีกทั้งปฏิบัติตัวเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ปรารถนาที่จะจบมาได้งานทำหาเลี้ยงทดแทนคุณพ่อแม่ยามบั้นปลายชีวิต จนทำให้เกิดกำลังใจที่จะสู้ชีวิต สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง อีกทั้งยังทำความสะอาดดูแลความเรียบร้อยในบ้าน  และรับจ้างซักรีดเสื้อผ้านำรายได้มาจุนเจือช่วยเหลือสามีอีกทางหนึ่ง
 
"ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้มานานเป็น สิบๆ ปี  โดยไม่คิดว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น เพราะสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้  ซึ่งสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในตอนนี้ก็คือได้เห็นลูกๆที่เลี้ยงดูมา มาเติบใหญ่ขึ้นเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถ โดยบุตรชายคนโตขณะนี้จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในชั้นปีที่ 4"นางนาตยา กล่าว
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน