posttoday
บูรณาการหนี้นอกระบบ

บูรณาการหนี้นอกระบบ

09 กรกฎาคม 2559

ยอมรับว่ารัฐบาลนี้มีจุดแข็งในเรื่องของความกล้าหาญในการจัดระเบียบสังคม ออกกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาล

ยอมรับว่ารัฐบาลนี้มีจุดแข็งในเรื่องของความกล้าหาญในการจัดระเบียบสังคม ออกกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลเลือกตั้งไม่กล้าทำ เช่น ออกกฎหมายภาษีมรดก กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น และในเร็วๆ นี้ก็เตรียมที่จะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เด็ดขาดด้วยการวางโครงสร้างและจัดระเบียบเสียใหม่

ปัญหาหนี้นอกระบบที่กัดกร่อนความสงบสุขของสังคมมีมานานและไม่มีทีท่าจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจไทยได้ เนื่องจากประชาชนรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายได้ จะมีที่พึ่งพิงคือแหล่งเงินกู้นอกระบบเหล่านี้ ที่ยอมรับความเสี่ยงให้เงินกู้ไม่มีหลักประกันแต่คิดดอกเบี้ยหฤโหด ดอกเบี้ยร้อยละ 20% ต่อเดือน หรือตกประมาณปีละ 240% และที่คนยอมถูกขูดรีดมากขนาดนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีทางเลือก หรือไม่มีความรู้เพียงพอว่ากำลังติดกับดักหนี้ เพราะดอกเบี้ยสูงเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์นี้ ยิ่งชำระหนี้ช้าเท่าไหร่ดอกเบี้ยจะทบต้นไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ในที่สุด

ปัญหาการใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ ทั้งทำร้ายร่างกาย ทรัพย์สิน ของลูกหนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอดและไม่มีทีท่าจะลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีหนี้นอกระบบจะยิ่งขยายตัวรวดเร็วยิ่งขึ้น และเจ้าหนี้นอกระบบส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอิทธิพล มีนักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐหนุนหลัง ทั้งที่รู้ว่าใครบ้างก็ไม่มีใครทำอะไร

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ นอกจากจัดระเบียบเจ้าหนี้โดยกระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในรูปแบบของแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการออกกฎหมายใหม่ควบคุมและกำหนดโทษจำคุกเพียงอย่างเดียวเพื่อให้เข็ดหลาบ และไม่คุ้มที่จะมาทำธุรกิจหนี้นอกระบบอีก

ทั้งนี้ จะดำเนินการคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้นอกระบบมาขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหนี้ในระบบให้ถูกต้อง โดยให้เข้ามาจดทะเบียนเป็นบริษัทปล่อยกู้รายย่อยแบบพิโคไฟแนนซ์ หรือนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งทุนจดทะเบียนไม่มาก และปล่อยกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 36% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่มีกำไรเพียงพอต่อธุรกิจ โดยใครอยากปล่อยกู้ก็มาจดทะเบียนได้โดยที่คลังจะไม่กำหนดว่าจะมีเจ้าหนี้ได้กี่ราย

นอกจากนี้ จะให้มีการตั้งคณะกรรมการเจรจาหนี้นอกระบบประจำทุกจังหวัด เพื่อโอนหนี้เข้ามาสถาบันการเงินของรัฐ คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่รัฐบาลจะให้แยกบัญชีออกมาหากเป็นหนี้เสียรัฐบาลก็จะดูแลให้ หรือยังเป็นเจ้าหนี้รายเดิมที่มาปล่อยกู้ใหม่ในรูปแบบพิโคไฟแนนซ์

ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ รัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนคนจนกับ 3 แบงก์รัฐ ซึ่งจะทำให้รู้จำนวนของประชาชนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ชัดเจน เพราะจากนี้ไปรัฐบาลจะจ่ายเงินให้โดยตรงผ่านทางระบบพร้อมเพย์

แนวทางการจัดระเบียบทั้งหมดที่กระทรวงการคลังทำมา จะล้มเหลวไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะผู้ถือกฎหมาย ทั้งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการในแต่ละพื้นที่ เข้าจับกุมผู้กระทำผิด ปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างเฉียบขาด และส่งฟ้องผู้กระทำผิดตามกระบวนการทางกฎหมายและลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง การกระทำผิดกฎหมายก็จะลดลง จะหวังให้หายไป 100% คงเป็นไปได้ยาก

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มีมิติของสังคมผสมไปด้วย จะต้องมีการบูรณาการปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน เห็นปัญหาเหมือนกัน และแก้ไขปัญหาต้องทำไปพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ไม่มีวันแก้ไขได้สำเร็จ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่