
วอนผู้ใช้สิทธิประชามตินอกเขตลงทะเบียนก่อนหมดเวลา
"สมชัย" แนะผู้ต้องการใช้สิทธิทำประชามตินอกเขตเร่งลงทะเบียนก่อนหมดเวลาในวันที่ 7 ก.ค.
"สมชัย" แนะผู้ต้องการใช้สิทธิทำประชามตินอกเขตเร่งลงทะเบียนก่อนหมดเวลาในวันที่ 7 ก.ค.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดว่า ขณะนี้ยังเหลือการลงทะเบียนด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวสามารถดำเนินการได้จนถึงวันที่ 7 ก.ค. โดยยอดที่มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดจนถึงปัจจุบันมีราว 230,000 คน ถือว่ามีจำนวนมากพอสมควร
ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหลืออีก 2 วัน คาดว่าจะมียอดผู้ขอใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้อยากให้ผู้ประสงค์ที่จะลงทะเบียนได้เร่งไปติดต่อที่สำนักงานเขตตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เนื่องจากเมื่อครบกำหนดในวันที่ 7 ก.ค. แล้ว กกต.ไม่สามารถที่จะขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพิ่มเติมได้อีก เพราะจะต้องนำรายชื่อที่ยื่นลงทะเบียนไปจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง รวมทั้งปรับปรุงทะเบียนผู้มีสิทธิออกเสียงในแต่ละภูมิลำเนาให้เป็นปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี เพื่อที่จะได้จัดส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่จะระบุลำดับในการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิแต่ละครัวเรือน และหน่วยออกเสียงที่ผู้มีสิทธิจะต้องไปใช้สิทธิ ซึ่งจะมีการนำส่งบุ๊กเลตที่มีเนื้อหารายละเอียดขั้นตอนการออกเสียง สรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วงไปพร้อมกันด้วย
ส่วนกรณี นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กังวลเรื่องการรณรงค์ให้ความรู้ร่างรัฐธรรมนูญในช่วงโค้งสุดท้าย กกต.จะสามารถเข้าไปช่วยได้หรือไม่นั้น นายสมชัย กล่าวว่า กกต.เป็นเพียงส่วนเสริม เนื่องจากการให้ความรู้ การทำความเข้าใจในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่กรธ. ซึ่งมีการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการอบรมวิทยากรครูก. ครูข. ครูค. เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยในช่วงโค้งสุดท้ายคงต้องมีการเพิ่มบทบาทและรณรงค์ให้หนักแน่นมากขึ้น เพื่อประชาชนจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจลงประชามติบนพื้นฐานของความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่ลงประชามติด้วยความว่างเปล่า
ส่วนรัฐบาลได้มีการประสานเรื่องการตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งรัฐบาลก็จะใช้กลไกของรัฐที่มีอยู่เช่น จังหวัด อำเภอในการดูแลอำนวยความสะดวก และรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งถือเป็นคนละส่วนกับของกกต.ที่จะเน้นในเรื่องการจัดการออกเสียงประชามติ แต่ถ้ามีการประสานมาก็จะเกิดการบูรณาการในการทำงานร่วมกัน และเป็นการเสริมช่วยกันทำงานเพื่อดูแลการออกเสียงให้เรียบร้อยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น







