posttoday
กลุ่มนักวิชาการเยี่ยม7นศ.ถูกฝากขังฐานจัดคำสั่งคสช.

กลุ่มนักวิชาการเยี่ยม7นศ.ถูกฝากขังฐานจัดคำสั่งคสช.

04 กรกฎาคม 2559

"เครือข่ายนักวิชาการ" เข้าเยี่ยม 7 นักศึกษารณรงค์ประชามติ ขอรัฐบาลยกเลิกข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. หวังศาลทหารพิจารณาปล่อยตัวในวันที่ 5 ก.ค.นี้

"เครือข่ายนักวิชาการ" เข้าเยี่ยม 7 นักศึกษารณรงค์ประชามติ ขอรัฐบาลยกเลิกข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. หวังศาลทหารพิจารณาปล่อยตัวในวันที่ 5 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหาคร เครือข่ายอาจารย์และนักวิชาการ ประมาณ 30 คน นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อ.คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนางเบญจรัตน์  แซ่ฉั่ว อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางเข้าเยี่ยม 7 นักศึกษา คือ 1.นายยุทธนา ดาศรี 2.นายธีรยุทธ นาขนานรำ 3.นายอนันต์ โลเกตุ 4.นายสมสกุล ทองสุกใส 5.นายกรกช แสงเย็นพันธ์ 6.นายนันทพงศ์ ปานมาศ และ 7.นายรังสิมันต์ โรม กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนาวิกโยธินเข้าทำการจับกุมขณะแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ย่านนิคมบางพลี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา และถูกดำเนินคดีในข้อหาขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชุมนุมเกิน 5 คน ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการครบกำหนดการฝากขังผัดแรก 12 วัน พร้อมทำกิจกรรมที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้อาจารย์และนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ซึ่งในฐานะที่เป็นอาจารย์ก็มีความห่วงใยลูกศิษย์ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำมาเป็นระยะเวลา 11 วัน ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการครบกำหนดการฝากขังผัดแรก 12 วัน โดยก่อนหน้านี้ในนามของเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองก็ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนิสิตนักศึกษาทั้ง 7 คน และมีการรณรงค์ออกเสียงประชามติอย่างเสรี โดยมีรายชื่อเครือข่ายนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ 296 คนร่วมลงรายชื่อด้วย ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการขอฝากขังผัดแรก พวกเราจึงเดินทางมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันในสิ่งที่เราได้ออกแถลงการณ์ไป ซึ่งเราก็ได้เห็นถึงปฏิกิริยาของรัฐบาลหรือฝ่ายผู้มีอำนาจว่าเป็นอย่างไร มีการบิดเบือนหรือไม่สร้างสรรค์อย่างไร

ด้าน นางเบญจรัตน์ อ่านแถลงการณ์ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา เรื่องการรณรงค์ประชามติและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สามารถกระทำได้โดยไม่ควรมีการตั้งข้อหาว่าชุมนุมทางการเมือง ว่า ทางสถาบันสิทธิมนุษยชนฯ เห็นว่าการจับกุมดังกล่าวมีผลกระทบที่สำคัญต่อบรรยากาศการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่พึงเป็นไปอย่างเสรีและเที่ยงธรรม จึงขอให้ฝ่ายความมั่นคงได้พิจารณาทบทวนการปฏิบัติในเรื่องนี้ โดยมีเหตุผลดังนี้ 1.การจัดออกเสียงประชามติที่แท้จริงควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีการถกเถียงเรื่องเนื้อกาเดี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไพ้อย่างเสรี พ.ร.บ.ว่สด้วยการออกเสียงประชามติราางรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 7 ก็ได้บัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแบะเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมายการรณรงค์ซึ่งเป็นการเผยแพร่มีความคิดเห็นรูปแบบหนึ่ง จึงสามารถกระทำได้ท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

2.การที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดไม่ขัดต่อกฎหมายนั้น น่าจะถือตามมาตรา 61 วรรค 2 ของพ.ร.บ.ดังกล่าว ความว่าผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อออเล็คทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดมหรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การรณรงค์ด้วยการแจกเอกสาร สวมเสื้อ พูดคุย ฯลฯ โดยมิได้มีการข่มขู่คุกคามผู้อื่น ย่อมไม่ขัดต่อข้อบัญญัติข้างต้น 3.การรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิพื้นฐานอันพึงกระทำได้ และ 4.ผู้ที่รณรงค์ประชามติย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ หากเจ้าหน้าที่จะเลือกตั้งข้อหาที่เลี่ยงข้อเท็จจริงเฉพาะแก่ฝ่ายที่รณรงค์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นการเลือกปฏิบัติและทำให้การลงประชามติขาดความเที่ยงธรรม

นางเบญจรัตน์ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลข้างต้น สถาบันฯจึงขอเสนอแนะให้ผู้มีอำนาจหน้าที่พิจารณายกเลิกการตั้งข้อกล่าวหาว่าผู้รณรงค์ประชามติฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เรื่องการชุมนุมทางการเมือง พร้อมทั้งประกาศอย่างชัดเจนว่า การรณรงค์ประชามติเป็นสิ่งที่กระทำได้ และในทางกลับกันหากผู้มีอำนาจหน้าที่ตะส่งเสริมการรณรงค์ประชามติที่ไม่ใช่การให้ข้อมูลเท็จ หรือการข่มขู่ใช้ความรุนแรง กระทำโดยสุจริตใจก็จะช่วยให้ผู้มีสิทธิออกเสียงตัดสินใจลงประชามติอย่างรอบครอบและรู้เท่าทันมากขึ้น

ด้าน นายบุญเลิศ กล่าวว่า ในทางวิชาการและทางหลักการ สิ่งที่นักศึกษาทำและเป็นเหตุให้มีการถูกจับกุมนั้น ไม่น่าจะเข้าเงื่อนไขความผิด ดังนั้น ในฐานะนักวิชาการก็มีความเป็นห่วง โดยประการแรกในฐานะที่เราเป็นอาจารย์ของนักศึกษาก็มีความเป็นห่วงและไม่สบายใจที่เห็นนักศึกษาอยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งกิจกรรมที่เราทำก็หวังว่าจะได้รับความเห็นใจและความเข้าใจจากคนอื่นว่าเหตุที่นักศึกษาต้องอยู่ในเรือนจำไม่มีเหตุอันควร อาจจะมีการสื่อสารที่เข้าใจผิดไปบ้างว่าสิ่งที่นักศึกษาทำมีเจตนาที่ตั้งใจดูจะไม่เป็นความสงบคือสิ่งที่นักศึกษาพูดว่า เขาจะอยู่ในเรือนจำ จนกว่าประเทศจะมีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด

"สิ่งที่นักศึกษาไม่ประกันตัว เนื่องจากเขาพูดชัดเจนว่า เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงิน เพื่อประกันเสรีภาพ จากข้อหาที่เขาไม่ได้กระทำความผิดใดๆ การจับกุมคุมขังเขาตั้งแต่ต้นไม่มีมูลเหตุที่เขาจะถูกตั้งข้อหา ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องใช้เงินมาประกันตัว ซึ่งตรงนี้เป็นหลักการที่สำคัญ" นายบุญเลิศ กล่าวและว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอง ก็พูดว่าการรณรงค์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ดังนั้น สิ่งที่นักศึกษาแจกแผ่บพับก็ไม่ได้มีถ้อยคำกร้าวร้าว ก่อความวุ่นวายใดๆ ซึ่งการจับกุมก่อนตั้งแต่แรก ตนก็จะขอตีความในด้านบวก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าทางทหารหรือทางผู้จับกุมยังไม่เข้าใจความชัดเจน ดังนั้น ขณะนี้ความชัดเจนทาง กกต.ก็ได้พูดแล้ว จึงได้แต่หวังว่าในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ที่จะครบกำหนดการฝากขังผัดแรก 12 วัน ศาลทหารจะพิจารณาปล่อยตัวนักศึกษาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่เครือข่ายนักวิชาการได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเสร็จแล้ว ได้มีการเขียนโพสต์อิสเพื่อเป็นการให้กำลังใจนิสิตนักศึกษาทั้ง 7 คนที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำ โดยจะมีตัวแทนของนักวิชาการที่ได้เข้าเยี่ยมนำไปให้นักศึกษาได้อ่าน ทั้งนี้ บริเวณด้านหน้าเรือนจำมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาคอยสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกด้วย

กลุ่มนักวิชาการเยี่ยม7นศ.ถูกฝากขังฐานจัดคำสั่งคสช.

 

กลุ่มนักวิชาการเยี่ยม7นศ.ถูกฝากขังฐานจัดคำสั่งคสช.

 

กลุ่มนักวิชาการเยี่ยม7นศ.ถูกฝากขังฐานจัดคำสั่งคสช.

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่