
สตช.ผนึกร่วมด้วยตั้งโครงการสายตรวจประชาชน
สตช.ผนึกกำลังร่วมด้วยช่วยกันตั้งสายตรวจประชาชนประเดิมแก้ไขปัญหา"นักเรียนยกพวกตีกัน"สร้างความปลอดภัยชุมชนเมือง
สตช.ผนึกกำลังร่วมด้วยช่วยกันตั้งสายตรวจประชาชนประเดิมแก้ไขปัญหา"นักเรียนยกพวกตีกัน"สร้างความปลอดภัยชุมชนเมือง
ที่ศูนย์ปฏิบัติการใหญ่ร่วมด้วยช่วยกัน เขตวังทองหลาง กทม. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ร่วมแถลงข่าวผนึกกำลังความร่วมมือโครงการสายตรวจประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน นำอาสาร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 4,500 คน ช่วยสนับสนุนภารกิจงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมุ่งหวังให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสังคม ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างความมั่นคง ความเข้มแข็ง ในการดูแลและปกป้องชุมชน เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชนเมือง โดยเฉพาะปัญหาเร่งด่วน"นักเรียนยกพวกตีกัน" ที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งโครงการความร่วมมือดังกล่าวจะมีการประเมินผลการทำงาน และในอนาคตจะจัดฝึกอบรมร่วมกัน เพื่อทำให้กรุงเทพฯและปริมณฑล เกิดความปลอดภัย ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.อาชญากรรม 2.ยาเสพติด 3.อุบัติเหตุ 4.อบายมุข
นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า ร่วมด้วยช่วยกัน ก่อตั้งเมื่อ 1 พฤษภาคม 2540 ด้วยวัตถุประสงค์เป็นองค์กรที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิที่ให้บริการสาธารณะ และหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้การบริหารของ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มุ่งเน้นให้บริการสาธารณะด้วยใจรัก ที่เหนือมาตรฐาน สำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติต่อประชาชนผู้รับบริการดุจบุคคลในครอบครัว และนำระบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย สื่อสังคมออนไลน์ นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมด้วยช่วยกัน ได้จัดอบรมอาสาสมาชิกในโครงการสายตรวจประชาชน เพื่อให้ได้รับความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสังเกตุสิ่งผิดปกติพฤติกรรมคนร้าย วัตถุและบุคคลต้องสงสัย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กับอาสาร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า 4,500 คน ประสานงานผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องดำ และ วิทยุ CB 245 ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก กสทช. พร้อมหมายเลขสายด่วน 1677 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะลดปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจำนวนมากในสังคม จึงต้องบูรณาการผนึกกำลังความร่วมมือนำภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนช่วยเหลือภารกิจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะการสอดส่อง ดูแล เฝ้าระวังภัย ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ร่วมด้วยช่วยกัน พร้อมอาสาสมาชิกร่วมด้วยช่วยกัน กว่า 4,500 คน ภายใต้การบริหารของ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ตลอดระยะเวลาการทำงาน 20 ปี วันนี้ นับเป็นครั้งแรก ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นความสำคัญของอาสาร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งทางร่วมด้วยช่วยกันพร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุนช่วยเหลือภารกิจงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนสืบไป







