
สั่งกองปราบเร่งสอบทุกคดี"หญิงไก่"ฟ้องลูกจ้าง เจ้าตัวขอ3วันแจงทุกประเด็น
ผบช.ก.สั่งกองปราบฯเร่งตรวจสอบคดี "หญิงไก่"ฟ้องลูกจ้าง พร้อมฟันหากพบตร.ท้องที่มีเอี่ยว พร้อมเรียกเหยื่อแจ้งความอย่างเป็นทางการ 1 ก.ค.
ผบช.ก.สั่งกองปราบฯเร่งตรวจสอบคดี "หญิงไก่"ฟ้องลูกจ้าง พร้อมฟันหากพบตร.ท้องที่มีเอี่ยว พร้อมเรียกเหยื่อแจ้งความอย่างเป็นทางการ 1 ก.ค.
จากกรณี นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้พา น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า อายุ 19 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รองผบก.ป.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกอดีตนายจ้างชื่อ นางไก่ ที่อ้างว่าเป็นคุณหญิงแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อ แม่ และตนเอง ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายสงกานต์ ได้นำน.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง อายุ 21 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ บุตรสาวของ นางสุกัญญา ศิริม่วง อายุ 54 ปี ผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกนางไก่ แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประชาชื่น ในข้อหาลักทรัพย์ เป็นเงินสดและทรัพย์สินมีค่าหลายรายการรวมมูลค่า 3.26 ล้านบาท ภายหลังมารดาของ น.ส.วณิชยา ได้เข้าทำงานเป็นแม่บ้านของนางไก่ เหตุเกิดเมื่อปี 2558 โดย น.ส.วณิชยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นางไก่ ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายสงกานต์ เปิดเผยว่า นอกจากทาง น.ส.วริชยา จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบฯในกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ตนได้ประสานข้อมูลกับทางตำรวจ สน.ประชาชื่น เพื่อตรวจสอบข้อมูลกรณีการแจ้งความดำเนินคดีของนางไก่ เนื่องจากพบว่ามีการกระทำลักษณะดังกล่าวกับเหยื่อคนอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ก็ทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง โดยจะมีการติดต่อเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อไป
อย่างไรก็ตามในส่วนของมารดา น.ส.วริชยา นั้น ก็จะได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อดูแลและให้มีการพิจารณาเยียวยากับผู้ต้องขังรายนี้ด้วย
นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เท่าที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้นกับทาง สน.ประชาชื่น พบว่ามีผู้เสียหาย 5 ราย ที่ถูกกระทำลักษณะนี้ ประกอบไปด้วย น.ส.ประภาวรรณ , แม่ของ น.ส.วณิชยา , น้องหนูนา ซึ่งเป็นเด็กชาวเขา ศาลพิพากษาจำคุกแล้ว ส่วนอีก 2 ราย เป็นลูกจ้างชาวลาว และผู้เสียหายที่กำลังติดตามตัวอีกราย เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนได้ซักถามข้อมูล ทั้งนี้ หากผู้ใดมีข้อมูลสามารถแจ้งมาที่ตนผ่านทางเฟซบุ๊ก ทนายสงกานต์ ได้ตลอดเวลา เราจะทำหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนให้
ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับการกลั่นแกล้งในผู้บริสุทธิ์ต้องติดคุก จึงให้กองปราบปรามเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างละเอียด หากพบว่าเป็นการกลั่นแกล้งก็ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมทั้งให้ตรวจสอบด้วยว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวพันกับคดีนี้ด้วยหรือไม่ หากพบตำรวจเข้าไปมีส่วนในการบิดเบือนคดีก็ต้องดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้การตรวจสอบจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถึงภูมิหลังของอดีตนายจ้างรายนี้ด้วย เบื้องต้นพบว่าผู้หญิงคนนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีในอดีตหลายคดี
ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ประสานให้พ่อและแม่ของ น.ส.ประภาวรรณ หรือน้องก้อย เดินทางเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตนายจ้าง พร้อมสอบปากคำโดยละเอียด ในวันพรุ่งนี้ (1ก.ค.) เวลา 10.00 น. ก่อนที่จะประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น นำตัวพ่อและแม่ของน้องก้อยไปแสดงตัวกับทางพนักงานสอบสวนในกรณีที่ถูกอดีตนายจ้างแจ้งความดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยจะมอบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อว่าพ่อแม่ของน้องก้อยไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวอ้างมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น พิจารณาปล่อยตัวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ในการประกันเพื่อทำการต่อสู้คดีต่อไป
ขณะเดียวกันในส่วนผู้เสียหายอีกราย คือ นางสุกัญญา ศิริม่วง ซึ่งขณะนี้เป็นผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เดินทางไปสอบปากคำ นางสุกัญญา ในเรือนจำแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. โดยรายละเอียดเป็นเรื่องของสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามจากการ สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นเชื่อได้ว่ากรณีดังกล่าวมีมูลว่าเรื่องราวน่าจะเป็นไปตามที่ฝ่ายผู้เสียหายร้องทุกข์มาว่าถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งรายละเอียดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะต้องรอความชัดเจน แล้วความจริงจะปรากฏ
อย่างไรก็ตามคดีที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กำชับให้ตนและพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และภายหลังที่มีการนำเสนอข่าวออกไปได้มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกนายจ้างในคดีดังกล่าวแจ้งความดำเนินคดีไว้ และมีหมายจับติดตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ
แหล่งข่าวกองปราบฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติหญิงนายจ้างคนดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนชื่อ-สกุลมาแล้วหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ หญิงไก่ ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมูลค่าไม่ถึง 10 ล้านตามที่ตกเป็นข่าว แต่รายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารพยานหลักฐาน อีกทั้งคดีความที่เคยแจ้งความกับคนที่มารับใช้ ตอนนี้มีอยู่ด้วยกัน 4 คดี แต่ที่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลมีเพียง 1 คดี ส่วนที่เหลือตนไม่ติดใจเอาความแล้ว พร้อมกับขอเวลาอีก 3 วัน จะออกมาแถลงข่าว เพื่อคลายคำถามที่สังคมสงสัย ทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องคดีความ ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เป็นไปด้วยความถูกต้อง และมีหลักฐานพร้อมชี้แจง







