
ชงรัฐอุ้มส่งออก
เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกรายกลาง-รายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินและเศรษฐกิจโลกป่วนหลังเบร็กซิต
เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกรายกลาง-รายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินและเศรษฐกิจโลกป่วนหลังเบร็กซิต
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ผลกระทบต่อผู้ส่งออกที่ได้รับจากตลาดเงินและเศรษฐกิจโลกผันผวน หลังมีคาดการณ์ว่าเมื่อสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (อียู) แล้วอาจจะทำให้อียูแตก ส่งผลให้การส่งออกไปอียูทุกประเทศหยุดชะงัก เพื่อรอดูสถานการณ์
นอกจากนี้ ค่าเงินทุกสกุลในโลกผันผวน ในระยะสั้นเงินปอนด์และเงินยูโรจะอ่อนค่าลงไปอีก ผู้ส่งออกทุกคนได้รับผลกระทบหมด ไม่เพียงแต่ผู้ที่ส่งออกไปกลุ่มอียูเท่านั้น แม้จะเป็นปัญหาระยะสั้นแต่ก็ต้องดูแล
“เราเตรียมนำเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกรายกลางและรายย่อยให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพิจารณา แค่แนะนำให้ผู้ส่งออกซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ลดดอกเบี้ยอาจจะไม่พอ ต้องมีมาตรการเสริม เช่น ประกันการส่งออก มีมาตรการทำให้ราคาสินค้าส่งออกดึงดูดใจลูกค้า” นายพิศิษฐ์ กล่าว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่ากรณีสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 0.16% ทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังเติบโตเพียง 3% จากเดิมคาดไว้ 3.3% รวมทั้งปีขยายตัวได้เพียง 2.9% จากกรอบเดิมที่คาดว่าจะโต 3.2-3.5% ทำให้มีเม็ดเงินหายไปประมาณ 2-5 หมื่นล้านบาท
ด้าน สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการคลังของอังกฤษลง 2 ระดับ จาก AAA เป็น AA เนื่องจากคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตของอังกฤษได้ยาก เสถียรภาพลดลง เช่นเดียวกับประสิทธิภาพของกรอบนโยบายของอังกฤษ พร้อมปรับแนวโน้มเครดิตเป็นเชิงลบ
“แนวโน้มติดลบสะท้อนความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การคลัง และสถานการณ์ภายนอก รวมถึงความเสี่ยงต่อบทบาทของค่าเงินปอนด์ในฐานะทุนสำรอง รวมถึงบูรณาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของอังกฤษ” เอสแอนด์พี ระบุ
ขณะที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดเครดิตของอังกฤษลง 1 ระดับ จาก AA+ เป็น AA คาดเศรษฐกิจจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ เนื่องจากภาคธุรกิจชะลอการลงทุน







