
ส่วนร่วมยุทธศาสตร์
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ให้เห็นชอบในหลักการวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีแผนพัฒนาทั้งทางบก ระบบราง ทางน้ำ ทางอากาศครบ และการพัฒนาครั้งนี้รัฐบาลบอกว่า จะเป็นการพัฒนาทั้งเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม รวมทั้งต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ให้เห็นชอบในหลักการวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีแผนพัฒนาทั้งทางบก ระบบราง ทางน้ำ ทางอากาศครบ และการพัฒนาครั้งนี้รัฐบาลบอกว่า จะเป็นการพัฒนาทั้งเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม รวมทั้งต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
หากมองเผินๆ โครงการพัฒนาครั้งนี้น่าจะทำให้ภาคตะวันออกมีส่วนสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยไปได้อีกหลายสิบปี เหมือนยุคโชติช่วงชัชวาล ซึ่งมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติจากนั้นได้พัฒนามาบตาพุด จ.ระยอง ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรือส่งออกสินค้าที่สำคัญ ช่วยให้เศรษฐกิจโตได้จากพื้นฐานดังกล่าวมาหลายสิบปี
อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาที่อาจขาดความมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นไม่ฟังเสียงชาวบ้านในพื้นที่หลายครั้ง จึงทำให้โครงการมีปัญหาสะดุดหยุดชะงักและการลงพื้นที่ภาคตะวันออกครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีก็ได้พบปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง เมื่อชาวบ้านที่โดนผลกระทบจากการจัดการปัญหานายทุนรีสอร์ทบุกรุกที่ดินสาธารณะ ส่วนชาวบ้านซึ่งมีที่พักอาศัยทำมาหากินในพื้นที่มีนาน ต้องโดนไล่รื้อจากมาตรการดังกล่าวไปด้วย
ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ซึ่ง ครม.กำลังจะเห็นชอบครั้งนี้ ทางอากาศจะพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติ เริ่มทดลองเดือน ส.ค. และสิ้นปีจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ โดยจะใช้แอร์พอร์ตลิงค์รถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อถึงสนามบิน พร้อมทั้งจะพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน
สำหรับทางบกจะมีการพัฒนาขนส่งทางราง มีแผนเรื่องรถไฟปรับปรุงให้ทันสมัย ใช้รางรถไฟเดิมพัฒนาเป็นรถไฟทางคู่เชื่อมแอร์พอร์ตลิงค์จากกรุงเทพฯ ไป จ.ระยอง และเข้าสนามบินอู่ตะเภา ลงทุนรถไฟความเร็วสูงแบบพีพีพี โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สองข้างทางรถไฟ
การพัฒนาทางน้ำมีแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่อื่น เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง การใช้เรือเฟอร์รี่ข้ามไปหัวหิน ไปท่องเที่ยวตามชายฝั่งถึงภาคใต้ ช่วยลดเวลาการเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ถึงภาคใต้ พัฒนาท่าเรือชายฝั่งมายังท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุดถึงจุกเสม็ด หรือท่าเรือสัตหีบ จะเปิดเส้นทางเรือเฟอร์รี่วิ่งตัดจากฐานทัพเรือสัตหีบไปปราณบุรีใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง และจากสัตหีบไปเกาะสมุยใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง
การพัฒนาภาคตะวันออกครั้งนี้ รัฐบาลจะพัฒนาทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว โดยอุตสาหกรรม อาจมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่เชื่อมโยงไปถึงที่เก่า ซึ่งอยู่ระหว่างออก พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกำหนดจุดตั้งโรงงานใน จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ให้บริการที่รวดเร็วอำนวยความสะดวกการลงทุน ตามที่จะไปดูงานที่เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
จากภาพรวมของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ทุกฝ่ายคงไม่ปฏิเสธว่าการลงทุนดังกล่าวคงช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตไปได้อีกหลายปีแน่ แต่ถ้าการพัฒนาครั้งนี้ไม่ฟังท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาไป เชื่อว่าหลายโครงการลงทุนจะเป็นแค่เพียงแผนที่ปฏิบัติไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้บทเรียนจากการไม่ฟังเสียงชาวบ้านจากการลงพื้นที่มาแล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นชอบในหลักการแล้วก็ควรฟังเสียงให้รอบด้านงานจะได้ฉลุย เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ใน 3-5 ปี ตามที่รัฐบาลหวังและนำไปใช้เรียกความเชื่อมั่นจากเอกชนได้ด้วย







