posttoday
พระไพรีพินาศ ‘ปาฏิหาริย์คือความราบรื่น’     พ.ต.ท.พงศ์อินทร์  อินทรขาว

พระไพรีพินาศ ‘ปาฏิหาริย์คือความราบรื่น’ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว

26 มิถุนายน 2559

โดย...เอกชัย จั่นทอง ถ่ายภาพ:กิจจา อภิชนรจเรข

โดย...เอกชัย จั่นทอง ถ่ายภาพ:กิจจา อภิชนรจเรข

ในแวดวงสีกากีหรือข้าราชการตำรวจ เชื่อว่าเกือบร้อยทั้งร้อยต้องพกพาพระเครื่องติดตัว หรืออาราธนาวัตถุมงคลจากเกจิวัดดังขึ้นคล้องคอเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ เพราะด้วยหน้าที่การงานต้องปราบปรามอาชญากรรม ผจญภัยกับเหล่าร้ายในสังคมแล้วเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือของ “คู่กาย” อย่าง “เดอะตั้ม” พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ เคยโลดแล่นอยู่ในยุทธจักรสีกากี เมื่อครั้งเริ่มรับราชการครั้งแรกดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ  ก่อนจะขยับนั่งรอง ผกก. 5 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2  กองบัญชาการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

ก่อนโอนย้ายเข้าสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ  ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 3 สำนักคดีอาญาพิเศษ และผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ก่อนจะนั่งตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอในปัจจุบัน ถือเป็นองค์กรที่เปรียบ เสมือนตำรวจ (FBI) ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์  คลุกคลีอยู่ในแวดวงโจรผู้ร้ายทุกรูปแบบ ทั้งโจรในเครื่องแบบ โจรในมาดผู้บริหาร พิชิตคดีสำคัญนับไม่ถ้วน ลากตัวผู้ต้องหามารับโทษทัณฑ์ได้มากมาย  เช่น  คดีมหากาพย์คลองด่าน คดี GT 200 คดีซูโดอีเฟดรีน ฯลฯ ล้วนเป็นคดีโด่งดังและใหญ่โตทั้งสิ้น ซึ่งเจ้าตัวย้ำว่าทำงานบนความถูกต้องตามกฎหมายจนผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้เห็น “ยืนบนหลักการยืดหยุ่นในทางยุทธวิธี”

“เดอะตั้ม” ยอมรับว่าตลอดเวลาที่รับราชการมามีความเสี่ยง โดยเฉพาะสมัยไล่ล่าจับแก๊งลักรถจักรยานยนต์ หรือในสมัยเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถือว่าเสี่ยงชีวิตทุกเวลาทุกนาที

เวลากว่า 25 ปี โลดแล่นบนเส้นทางชีวิตข้าราชการ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ ได้ปาฏิหาริย์จาก “พระสมเด็จไพรีพินาศ” วัดบวรนิเวศวรมหาวิหาร  เจ้าตัวเล่าที่มาของพระคู่ใจองค์นี้ว่า ปี 2534 ได้รับโอกาสเป็น “สารถี” ขับรถยนต์พระที่นั่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 และหลังเสร็จสิ้นภารกิจรับ-ส่ง จึงได้กราบลา  สมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้มอบ “พระสมเด็จไพรีพินาศ”  ให้ถือว่าเป็นมิ่งมงคลของชีวิต

“จึงนำไปเลี่ยมทองขึ้นคล้องคอตั้งแต่นั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันและเป็นพระองค์เดียวที่คล้องติดตัวมาตลอดชีวิตราชการ ไม่ว่าพระจะราคาแพงขนาดไหน แต่สิ่งที่มากับวัตถุมงคลคือเรื่องราวและความหมายของพระเครื่ององค์นี้ แม้ไม่ใช่พระเก่า แต่ความหมายคือเราได้รับมอบจากสมเด็จพระญาณสังวรฯ โดยตรง และใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจจวบจนทุกวันนี้”

ทว่าปาฏิหาริย์ของ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ นั้นเจ้าตัวให้นิยามว่า “ปาฏิหาริย์ของผมคือความราบรื่น” แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิต  แต่คำว่า “ไม่มี” มันอาจจะมีก็ได้ แต่มันเป็นสิ่งที่ “พระสมเด็จไพรีพินาศ”  คุ้มครองดูแลจนเหมือนไม่เจออุปสรรคปัญหา  ทั้งที่ชีวิตราชการมีแต่ความเสี่ยงผ่านมาตลอด  ถือเป็น “ปาฏิหาริย์ที่ไม่เกิดปาฏิหาริย์” เพราะปาฏิหาริย์ของพี่ไม่ใช่รถคว่ำหรือถูกยิงแล้วรอดตาย นั่นทำให้เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือ “พร” ที่ได้รับจากพระคู่กาย

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ ย้ำแนวการทำงานทิ้งท้ายได้น่าจับใจว่า “ไม่มีคำว่าอ่อน อายุน้อยไป ไม่มีคำว่าแก่ ไม่มีคำว่าวันพรุ่งนี้ มีแต่วันนี้เท่านั้น ทุกวันคือการพัฒนา ทุกวันคือความสุขของการทำงาน  มองความยุ่งยากเป็นความท้าทาย มองอุปสรรคเป็นความท้าทาย  เรื่องที่ยากมันคือความท้าทาย และต้องทำงานตามมาตรฐานและระบบ

“พระเครื่องคือสิ่งที่ดีงาม เมื่อสิ่งดีงามอยู่ใกล้ตัวเรา และประพฤติปฏิบัติตัวดี สิ่งดีๆ จะตามมาเอง” พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ พูดทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว