
เศรษฐกิจฐานรากพ.ค.ยังไม่ฟื้นตัว
“ออมสิน” เผยดัชนีเศรษฐกิจฐานรากยังระทม เจอภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ คนยังชักหน้าไม่ถึงหลัง
“ออมสิน” เผยดัชนีเศรษฐกิจฐานรากยังระทม เจอภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ คนยังชักหน้าไม่ถึงหลัง
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก หรือจีเอสไอ เดือน พ.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 43.6 ลดลงจาก 44.9 ในเดือน เม.ย. สะท้อนว่าประชาชนฐานราก ผู้บริโภค ยังคงเห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวค่อนข้างล่าช้า โดยมีปัจจัยจากภัยแล้งและพืชผลทางการเกษตรยังมีราคาต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวไม่มาก แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกจะโต 3.2% แต่ยังส่งผลสู่ประชาชนฐานรากไม่มาก
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ พบว่า ดัชนีด้านการออมลดลงจาก 42 เหลือ 37.6 การหางานทำลดลงจาก 40.5 เหลือ 35.8 ภาวะเศรษฐกิจลดลงจาก 40.2 เหลือ 33 การหารายได้ ลดลงจาก 46.4 เหลือ 40.5 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากต่อสถานการณ์ในอนาคตลดลงจากระดับ 46.2 มาอยู่ที่ 44.2 สะท้อนว่าประชาชนฐานรากกังวลความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในความสามารถจับจ่ายใช้สอยเพิ่มจาก 61.3 เป็น 68.6 และดัชนีความเชื่อมั่นในภาระหนี้สินเพิ่มจาก 40.1 เป็น 44.9 แสดงถึงภาระหนี้สินที่ผ่อนคลายลง
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานรากคาดการณ์ว่าการบริโภคของภาคประชาชนฐานรากน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ ถ้าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง
“ตอนนี้ภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเพราะรัฐมีการอัดงบลงทุนมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังส่งมาไม่ถึงรากหญ้า ทำให้คนมีรายได้ไม่พอต่อค่าครองชีพ” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย กล่าวว่า ธนาคารออมสินเตรียมออกสองมาตรการ เพื่อให้กระทรวงการคลังรวบรวมเป็นแพ็กเกจเสนอคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ คือ การลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเดิมในกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กๆ เพื่อลดภาระค่าผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนลง โดยอาจลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าดอกเบี้ยในโครงการประชาชนที่คิด 1% ต่อเดือน คาดว่าจะมีผู้เข้าโครงการหลักแสนราย
สำหรับมาตรการที่ 2 คือ การแก้หนี้นอกระบบ เพื่อปล่อยกู้เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ โดยจะผ่อนปรนเงื่อนไขการพิจารณาปล่อยกู้ให้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุนโดยการสั่งให้แยกโครงการนี้ไว้เป็นบัญชีพิเศษ หรือพีเอสเอ มีกลุ่มเป้าหมายแยกกันระหว่างธนาคารออมสิน เน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกหนี้ในชุมชนเมือง ทั้งพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกหนี้เกษตรกรตั้งเป้าหมายปล่อยกู้เบื้องต้นไว้ที่ 3,000-5,000 ล้านบาท หรือรายละ 2-5 หมื่นบาท
“อย่างวินมอเตอร์ไซค์กู้นอกระบบ 1 หมื่นบาท เสียดอกเบี้ย 20% หรือเดือนละ 2,000 บาท แต่รอบนี้ของออมสิน ถ้าเขาจ่าย 2,000 บาทไหว จะให้ต่อ แต่เงิน 2,000 บาท จะแบ่งเป็นค่าดอกเบี้ย 200 บาท เงินต้น 1,000 บาท ที่เหลือ 800 บาท จะบังคับให้เก็บเป็นเงินออม ใครที่เข้าโครงการรอบแรกจ่ายหมดจะสามารถเข้าระบบกู้รอบที่ 2 ได้เลย” นายชาติชาย กล่าว







