posttoday
เศรษฐกิจฐานรากพ.ค.ยังไม่ฟื้นตัว

เศรษฐกิจฐานรากพ.ค.ยังไม่ฟื้นตัว

21 มิถุนายน 2559

“ออมสิน” เผยดัชนีเศรษฐกิจฐานรากยังระทม เจอภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ คนยังชักหน้าไม่ถึงหลัง

“ออมสิน” เผยดัชนีเศรษฐกิจฐานรากยังระทม เจอภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ คนยังชักหน้าไม่ถึงหลัง

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก หรือจีเอสไอ เดือน พ.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 43.6 ลดลงจาก 44.9 ในเดือน เม.ย. สะท้อนว่าประชาชนฐานราก ผู้บริโภค ยังคงเห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวค่อนข้างล่าช้า โดยมีปัจจัยจากภัยแล้งและพืชผลทางการเกษตรยังมีราคาต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวไม่มาก แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกจะโต 3.2% แต่ยังส่งผลสู่ประชาชนฐานรากไม่มาก

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ พบว่า ดัชนีด้านการออมลดลงจาก 42 เหลือ 37.6 การหางานทำลดลงจาก 40.5 เหลือ 35.8 ภาวะเศรษฐกิจลดลงจาก 40.2 เหลือ 33 การหารายได้ ลดลงจาก 46.4 เหลือ 40.5 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากต่อสถานการณ์ในอนาคตลดลงจากระดับ 46.2 มาอยู่ที่ 44.2 สะท้อนว่าประชาชนฐานรากกังวลความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในความสามารถจับจ่ายใช้สอยเพิ่มจาก 61.3 เป็น 68.6 และดัชนีความเชื่อมั่นในภาระหนี้สินเพิ่มจาก 40.1 เป็น 44.9 แสดงถึงภาระหนี้สินที่ผ่อนคลายลง

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานรากคาดการณ์ว่าการบริโภคของภาคประชาชนฐานรากน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ ถ้าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง

“ตอนนี้ภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเพราะรัฐมีการอัดงบลงทุนมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังส่งมาไม่ถึงรากหญ้า ทำให้คนมีรายได้ไม่พอต่อค่าครองชีพ” นายชาติชาย กล่าว

นายชาติชาย กล่าวว่า ธนาคารออมสินเตรียมออกสองมาตรการ เพื่อให้กระทรวงการคลังรวบรวมเป็นแพ็กเกจเสนอคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ คือ การลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเดิมในกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กๆ เพื่อลดภาระค่าผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนลง โดยอาจลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าดอกเบี้ยในโครงการประชาชนที่คิด 1% ต่อเดือน คาดว่าจะมีผู้เข้าโครงการหลักแสนราย

สำหรับมาตรการที่ 2 คือ การแก้หนี้นอกระบบ เพื่อปล่อยกู้เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ โดยจะผ่อนปรนเงื่อนไขการพิจารณาปล่อยกู้ให้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุนโดยการสั่งให้แยกโครงการนี้ไว้เป็นบัญชีพิเศษ หรือพีเอสเอ มีกลุ่มเป้าหมายแยกกันระหว่างธนาคารออมสิน เน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกหนี้ในชุมชนเมือง ทั้งพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกหนี้เกษตรกรตั้งเป้าหมายปล่อยกู้เบื้องต้นไว้ที่ 3,000-5,000 ล้านบาท หรือรายละ 2-5 หมื่นบาท

“อย่างวินมอเตอร์ไซค์กู้นอกระบบ 1 หมื่นบาท เสียดอกเบี้ย 20% หรือเดือนละ 2,000 บาท แต่รอบนี้ของออมสิน ถ้าเขาจ่าย 2,000 บาทไหว จะให้ต่อ แต่เงิน 2,000 บาท จะแบ่งเป็นค่าดอกเบี้ย 200 บาท เงินต้น 1,000 บาท ที่เหลือ 800 บาท จะบังคับให้เก็บเป็นเงินออม ใครที่เข้าโครงการรอบแรกจ่ายหมดจะสามารถเข้าระบบกู้รอบที่ 2 ได้เลย” นายชาติชาย กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน