posttoday
เหตุผลแท้ๆ ของแถโย

เหตุผลแท้ๆ ของแถโย

20 มิถุนายน 2559

ในที่สุด สาธุชนก็ได้รู้กันเสียทีว่า เหตุผลอันแท้จริงของผู้ต้องหาโกนหัวห่มเหลืองที่ชื่อ ไชยบูลย์ สุทธิผล ที่ไม่ยอมเข้ามอบตัวเข้าสู้คดีกับพนักงานสอบสวน DSI นั้น ไม่ใช่เป็นเพราะป่วยหนัก ขาไม่ได้เน่า บ้านก็ไม่ได้หมุน ไม่ใช่สารพัดเหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้าง ข้ออ้างทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เหตุผลที่แท้จริงเป็นไปตามแถลงการณ์ของลูกศิษย์ ที่ระบุว่า

ในที่สุด สาธุชนก็ได้รู้กันเสียทีว่า เหตุผลอันแท้จริงของผู้ต้องหาโกนหัวห่มเหลืองที่ชื่อ ไชยบูลย์ สุทธิผล ที่ไม่ยอมเข้ามอบตัวเข้าสู้คดีกับพนักงานสอบสวน DSI นั้น ไม่ใช่เป็นเพราะป่วยหนัก ขาไม่ได้เน่า บ้านก็ไม่ได้หมุน ไม่ใช่สารพัดเหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้าง ข้ออ้างทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เหตุผลที่แท้จริงเป็นไปตามแถลงการณ์ของลูกศิษย์ ที่ระบุว่า

“พระเดชพระคุณหลวงพ่อควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยการมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คือ เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น”

เหตุผลนี้ถือเป็นสุดยอดเคล็ดวิชา แถโย คิดกันได้อย่างไร คนธรรมดาคิดไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ใช่พวกมืดบอด พวกม้าแข่งที่ปิดตาไม่รับรู้โลกภายนอก รับฟังแต่คำสอนของเจ้าลัทธิดูดทรัพย์ โดยไม่ได้ใช้ปัญญาเพ่งพินิจคิดด้วยใจเป็นกลางว่า คำสอนของธรรมกายก็ดี คำสอนของแถโยเจ้าลัทธิ นั้น ล้วนขัดกับหลักธรรมแท้ของพระพุทธศาสนา ด้วยการอ้างตัวเองเป็นต้นธาตุต้นธรรม เหนือกว่าพระพุทธเจ้าทั้งปวง จัดพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นใหม่เป็นฉบับธรรมกาย โดยอ้างว่าพระไตรปิฎกเดิมไม่ถูกต้อง

สาวกทั้งหลาย ใช้สมองตรองสักนิด คิดด้วยใจที่เป็นกลาง เอาความเชื่อความศรัทธาในตัวบุคคลออกไปจากจิตใจเสียก่อน คิดโดยใช้เหตุผลธรรมดาๆ ไตร่ตรองโดยไม่ยึดติดกับคำสอนของบุคคลใดๆ

พระไตรปิฎกระหว่างฉบับเดิมที่ใช้กันมา 2,000 ปี กับฉบับร่างขึ้นใหม่โดยธรรมกาย ฉบับไหนควรจะถูกต้องมากกว่ากัน ยกตัวอย่างเรื่องเดียวที่ผมเคยได้ยิน ทัตตชีโว เบอร์ 2 ของลัทธิจานบิน เทศน์ให้ญาติโยมฟังว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยวิชาธรรมกาย ซึ่งไม่เคยปรากฏอยู่ในพุทธประวัติฉบับใดๆ ในพุทธประวัติทุกฉบับที่เคยมีมา พระพุทธองค์ตรัสรู้ที่ใต้ร่มศรีมหาโพธิด้วยการทำ อานาปานสติ เหมือนวันที่เจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร เจริญอานาปานสติใต้เงาต้นหว้า ในพระราชพิธีพืชมงคลแรกนาขวัญ จนเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยเงาต้นหว้าไม่ได้เคลื่อนย้ายไปตามตะวัน   

ธรรมเก๊กลับแต่งตำราขึ้นใหม่ว่า พระพุทธองค์ตรัสรู้ด้วยวิชาธรรมกาย

สาวกที่ออกมาขัดขวางเจ้าหน้าที่ออกมาอุ้มเจ้าลัทธิ กัมมแถโย ถ้ามาด้วยผลประโยชน์ ถูกจ้างมาก็พอเข้าใจเหตุผลได้ แต่ถ้าบอกว่ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง ก็ขอให้ใช้ปัญญาพิจารณาดูตามกฎแห่งกรรมของพระบรมศาสดา ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เหตุที่เกิดในวันนี้เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยที่เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น ในโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรของวัดพระธรรมกาย ได้ออกแถลงท่าทีของวัดต่อกรณีที่ DSI ส่งสำนวนให้อัยการมีเนื้อหา 7 ข้อ สรุปว่าได้ 3 เรื่อง

1.เนื้อหาคดีและข้อกฎหมาย อ้างว่าเป็นการดำเนินคดีซ้ำ พนักงานสอบสวนไม่มีจรรยาบรรณที่แจ้งหมายเรียกให้สื่อก่อนส่งให้แถโย และเหตุผลที่อ้างทุกครั้งคือ เจ้าลัทธิบริสุทธิ์ ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำความผิด และลูกศิษย์ได้ตั้งกองทุนเยียวยาความเสียหาย

2.เรื่องการประชุม 3 ฝ่าย ทำไม DSI ไม่รอผลการประชุมก่อนที่จะส่งสำนวนให้อัยการ

3.อ้างผลกระทบต่อศาสนาในการรับเงินบริจาค

การอ้างเนื้อหาคดีโดยเฉพาะความบริสุทธิ์ของเจ้าลัทธิ เป็นการพูดกรอกหูให้สาวกผู้มีศรัทธาแต่ขาดปัญญาให้เชื่อตาม ก็หากมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด เหตุใดจึงไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดี ไม่ว่า DSI จะกล่าวหาอย่างไร DSI รวมทั้งรัฐบาลและ คสช.ก็ตัดสินผิดถูกไม่ได้ ต้องส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ธรรมกายกล้าบอกหรือไม่ว่า ไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมของศาล กล้าประกาศไหมว่า ต้องรอให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ก่อนจึงจะเชื่อว่า พิจารณาคดีของศาลเป็นไปโดยยุติธรรม

สำหรับการส่งสำนวนให้อัยการนั้น ไม่เกี่ยวกับการประชุม 3 ฝ่าย เพราะการประชุม 3 ฝ่าย เป็นเรื่องการหาข้อยุติในการเข้ามอบตัวของกัมมแถโย ผู้ต้องหาหนีหมายจับ ไม่ว่าแถโยจะมอบตัวหรือไม่ DSI ก็มีหน้าที่ต้องส่งสำนวนให้อัยการ การส่งสำนวนจึงเป็นคนละประเด็นกับการมอบตัว

แถลงการณ์ของคนห่มเหลืองอย่างนี้ เป็นการแถในระดับมือแถอาชีพ

ประเด็นที่ 3 เรื่องผลกระทบกับการรับบริจาค การแถลงของวัดพระธรรมกายสอดรับกับการอ้างเรื่องลิงถวายน้ำผึ้งพระพุทธเจ้าในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าลิงปล้นน้ำผึ้งเอามาถวายพระพุทธเจ้า แล้วตั้งคำถามว่า ลิงเป็นโจร พระพุทธเจ้ารับของโจรหรือไม่

การนำเรื่องอย่างนี้ไปเปรียบเทียบพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่เกินกว่าความคาดหมายจริงๆ สำหรับชาวพุทธทั่วไป แม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า เกรงจะรับบาปกรรมไม่ไหว แต่เจ้าลัทธิคงคิดว่า ตัวเองเป็นต้นธาตุต้นธรรม เหนือกว่าพระพุทธเจ้า จึงกล้านำมาเปรียบกับพระพุทธเจ้า ในส่วนเนื้อหาที่อ้างก็ผิดเพี้ยน ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย ลิงไม่ใช่โจร และไม่มีวันที่จะเป็นโจร

ข้ออ้างอีกอย่างที่บรรดาสาวกชอบอ้างคือ การใช้กำลังจำนวนมาก เพียงเพื่อจับพระแก่ๆ อายุ 72 ปี ที่อาพาธหนัก เป็นสิ่งที่ไม่สมควร เป็นการแถแบบดราม่า ทำไมไม่บอกให้ชัดว่า ด้านหน้าประตูวัดมีรถแบ็กโฮจอดขวางอยู่ ด้านในมีผู้หญิงนุ่งขาวปิดหน้านั่งตากฝน อ้างว่าปฏิบัติธรรม เป็นกระบวนการจัดตั้งเพื่อปกป้องผู้ต้องหาหนีหมายจับคนหนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้ของ DSI จึงเป็นการต่อสู้กับผู้ต้องหาหนีหมายจับที่มีอิทธิพลทั้งทางการเงิน เป็นผู้นำทางความคิด มีผู้หลงใหลจำนวนมาก

การปฏิบัติงานของ DSI ที่ปฏิบัติตามหมายค้นหมายจับในครั้งนี้ เป็นยุทธวิธีที่สุขุมลุ่มลึก เป็นการปฏิบัติที่นุ่มนวล ปฏิบัติอย่างรู้เขารู้เรา DSI รู้ดีว่าจะมีกำแพงมนุษย์ โดยใช้ผู้หญิงนุ่งห่มขาวมาขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจับผู้ต้องหา โดยสร้างภาพว่าผู้ที่ห่มเหลืองยินดีให้ความร่วมมือ แต่ไม่สามารถบังคับญาติโยมที่นุ่งห่มขาวได้

เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ ด้วยความกลัวมาตรา 189 ที่จะถูกดำเนินคดีในฐานขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน โดยคนห่มเหลืองแสดงบทผู้ดี ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนพวกห่มขาวเอาผ้าปิดหน้าอำพรางตัว อ้างว่านั่งสมาธิ ไม่ยอมหลีกทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหมายศาล

ใช้สมองกันหน่อย คนบ้าอะไรมานั่งสมาธิตากฝน นั่งสมาธิแต่ปิดหน้า วิชาธรรมเก๊สอนปฏิบัติธรรมกันแบบนี้หรือ

DSI โดยท่านรัฐมนตรียุติธรรม คงมียุทธวิธีที่จะจับมนุษย์กึ่งโลกกึ่งนรก ที่ชอบแถไปวันๆ การเข้าตรวจค้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นไปตามที่คาดอยู่แล้วว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ธรรมเก๊แถออกมาเป็นการดิ้นทุรนทุราย เผยธาตุแท้ออกมาเรื่อยๆ

ถึงวันนี้ คงนึกเสียใจว่า ไม่น่าอ้างเรื่องประชาธิปไตยขึ้นมาเลย ชาวบ้านเขาเอาไปล้อเลียนกันเป็นที่สนุกสนานแล้ว

รอดูกันต่อไปครับว่า เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร หนีหรือไม่หนี

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม