โหมประชานิยม ดัน"ประชามติ"
เร่งเครื่องทำคะแนนแบบเต็มสูบ กับท่าทีของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งงัดสารพัดมาตรการออกมา ลด แลก แจก แถม
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เร่งเครื่องทำคะแนนแบบเต็มสูบ กับท่าทีของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งงัดสารพัดมาตรการออกมา ลด แลก แจก แถม แทบไม่ต่างจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
ไม่ให้น้อยหน้ารัฐบาลก่อนหน้านี้ ที่มีนโยบายจัดการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 15 ปี หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องเรียนฟรีที่ไม่ครอบคลุมไปถึง ม.ปลาย
คำสั่ง คสช.ที่ออกมาจึงเป็นเสมือนหลักประกันที่จะทำให้เกิดการเรียนฟรีจนถึง ม.6 นับจากนี้ต่อไปจนถึงรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง โดยเขียนชัดเจนว่า “การศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี” หมายความว่า การศึกษาตั้งแต่อนุบาล ระดับประถมศึกษา จนถึง ม.6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงการศึกษาพิเศษและการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
พร้อมกำหนด “ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา” ครอบคลุมทั้งค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่เคยเกิดข้อถกเถียงในอดีตเรื่องค่าเรียนฟรีแต่มีค่าใช้จ่ายๆ อื่นเพิ่มเติม
ตามคำสั่ง คสช.นี้เขียนอธิบายว่า นี่เป็นการยกระดับจากการเป็นโครงการตามนโยบายของแต่ละรัฐบาลให้เป็น “หน้าที่ของรัฐ” และ “มาตรการตามกฎหมาย” เพื่อเป็นหลักประกันความยั่งยืนมั่นคง และเพื่อให้สามารถจัดงบประมาณสนับสนุนได้อย่างต่อเนื่อง
“เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของ คสช.และนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล ทั้งสามารถลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษาและความเป็นธรรมในสังคม แก้ปัญหาความยากจน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน”
นอกจากจะช่วยกลบจุดอ่อนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และส่งผลต่อการออกเสียงประชามติแล้ว อีกด้านหนึ่งยังถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ คสช.ที่ได้ใจพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากอันจะเป็นการช่วยกู้คะแนนนิยมและความเชื่อมั่นได้ไม่น้อย
ไม่เพียงแค่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีแผนเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง เพื่อมาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ควบคุมผู้ปล่อยกู้นอกระบบให้คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี หากฝ่าฝืนจะมีความผิดทางแพ่งและอาญา หรือหากต้องการปล่อยดอกเบี้ยเกิน 15% ต้องมาจดทะเบียนแบบ Pico Finance ซึ่งจะปล่อยสินเชื่อคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 36% เท่ากับนาโนไฟแนนซ์
พร้อมเตรียมให้ทางธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิด Business Unit มาแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบแบบ 24 ชม. แถมมีการตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบในทุกๆ จังหวัด มีคณะกรรมการฟื้นฟูเสริมการเพิ่มรายได้ ดึงภาคเอกชนบริษัทใหญ่ๆ มาช่วยในรูปแบบประชารัฐ ฝึกอาชีพใหม่ๆ เรียนรู้วิธีการหารายได้
สอดรับไปกับแผนที่เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนคนจนในวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค. 2559 นี้ ซึ่งจะนำไปสู่การให้สวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้มีรายได้น้อยประมาณ 20 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี เทียบเคียงกับรายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท
ตรงนี้ยังต้องรอดูว่ามาตรการหรือสวัสดิการต่างๆ ที่จะออกมาสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งมาตรการ ลด แลก แจก แถม ที่เตรียมจะปล่อยออกมาซื้อใจรากหญ้าในเร็วๆ นี้ ยังไม่รวมกับมาตรการประชานิยมอื่นๆ ที่จะออกมาซื้อใจกลุ่มต่างๆ ในอนาคต
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกกับมาตรการที่จะออกมาสร้างคะแนนนิยมในช่วงนี้ ประการแรก เพราะที่ผ่านมารัฐบาล คสช.สะบักสะบอมต่อเนื่องหลังอยู่บริหารประเทศมาสองปีกว่า จำเป็นต้องเร่งสร้างคะแนน
ไม่ต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่นิยมปล่อยแพ็กเกจซื้อใจประชาชนในช่วงใกล้หมดวาระ เพื่อหวังผลสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง
ด้วยสถานะของ คสช. แม้ไม่จำเป็นต้องสร้างคะแนนล่วงหน้าสำหรับการเลือกตั้ง แต่การเลือกเร่งทำคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหมดวาระ ย่อมทำให้เส้นทางตามโรดแมปจากนี้สะดวกขึ้น รวมทั้งหากเกิดอุบัติเหตุล่วงหน้าก็ยังช่วยผ่อนหนักเป็นเบา
ส่วนงานใหญ่เฉพาะหน้าอย่างการออกเสียง “ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” หากบรรยากาศราบรื่น คสช.ทำงานเข้าตา ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อันจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติได้ง่ายขึ้น


