posttoday

ดราม่าในนิทาน ‘ลุงโง่ย้ายภูเขา’

19 มิถุนายน 2559

มีนิทานเรื่องหนึ่งที่ผู้คนมักเอาไว้เป็นคติสอนใจเรื่องความพยายาม นิทานเล่าว่า บนแผ่นดินมีภูเขาไท่หัง และภูเขาหวางอู

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

มีนิทานเรื่องหนึ่งที่ผู้คนมักเอาไว้เป็นคติสอนใจเรื่องความพยายาม

นิทานเล่าว่า บนแผ่นดินมีภูเขาไท่หัง และภูเขาหวางอู แนวเขายาว 700 ลี้ มีความสูงกว่า 6,000 ฟุต เดิมตั้งอยู่ทางใต้ของมลฑลจี้โจว ด้านเหนือของแม่น้ำเหลือง

ที่ตีนเขาด้านเหนือมีลุงคนหนึ่งชื่อลุงโง่ อายุเกือบ 90 มีบ้านหันหน้าเข้าหาภูเขา

ลุงโง่รู้สึกว่าภูเขาที่ตั้งอยู่ทางเหนือนี่มันช่างทำชีวิตยากเย็น จะเดินทางทีก็ต้องอ้อม จึงเรียกคนในครอบครัวมาปรึกษากันว่า “พวกเรามาพยายามขุดทางผ่านเขากันให้มันทะลุไปด้านใต้ของมลฑลอวี้โจวไปให้ถึงทางใต้ของแม่น้ำฮั่นสุ่ย จะดีมั้ย?” คนในบ้านต่างสนับสนุน แต่เมียลุงโง่เกิดสงสัยจึงถามว่า “อาศัยเรียวแรงพ่อ ขนาดเนินดินเล็กๆ ยังไม่รู้จะขุดให้เรียบได้ยังไง แล้วจะขุดภูเขาใหญ่สองลูกนี้อย่างไรกัน? คิดดูสิว่าดินกับก้อนหินที่ขุดออกมาจะเอาไปกองทิ้งที่ไหน?”

ทุกคนปรึกษากันแล้วสรุปได้ว่า “ก็เอาไปทิ้งไว้ข้างทะเลป๋อไห่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของแถบอิ๋นถู่“

ดังนั้นเอง ลุงโง่จึงนำลูกๆ หลานๆ ที่มีเรี่ยวแรงแบกหามอุปกรณ์ขึ้นเขาขุดดินขุดหิน ขุดเสร็จก็ใช้ชะลอมขนดินและหินไปทิ้งที่ชายทะเลป๋อไห่ที่ว่า

เพื่อนบ้านที่เป็นหญิงม่าย มีลูกคนหนึ่งอายุแค่ 7-8 ขวบ เด็กน้อยเห็นลุงโง่และลูกหลานช่วยกันขุดภูเขา ก็เข้ามาช่วยขุดช่วยขนด้วย ผ่านร้อนหนาวไปฤดูหนึ่ง ถึงขนดินและหินไปกลับได้รอบหนึ่ง

ที่ริมคุ้งน้ำมีผู้เฒ่าคนหนึ่งชื่อว่าเฒ่าฉลาด นั่งหัวเราะเยาะลุงโง่ ปรามลุงโง่ว่า “แกนี่โคตรจะไม่ฉลาดเอาซะเลย! แก่ปูนนี้แล้ว จะเหลือแรงเหลือเวลาในชีวิตไปเด็ดหญ้าบนภูเขายังต้องคิดหนัก นี่อุตส่าห์ลากสังขารมาหอบหิน ดิน ทราย คิดว่าจะทำอะไรได้?” ลุงโง่ถอนหายใจแล้วตอบกลับ “แกนี่มันช่างเรียนรู้ยากจริง สู้เด็ก 7-8 ขวบ ยังไม่ได้ ถึงข้าตายไป ก็ยังมีลูกข้าขุดต่อ ไหนจะหลานข้า ลูกของหลานข้า แล้วก็ลูกของลูกของหลาน ต่อเรื่อยไปไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อภูเขามันไม่สูงขึ้น สักวันมันก็ต้องเรียบเป็นทางจนได้ไม่ใช่หรือ?” ลุงฉลาดริมตลิ่งก็นิ่งอึ้ง พูดไม่ออก

เทพแห่งหุบเขาได้ยินเรื่องนี้เข้า กลัวว่าถ้าพวกลุงโง่ขุดไปเรื่อยๆ จะเดือดร้อนที่อาศัยของตัว จึงรายงานเรื่องนี้แก่สวรรค์ เทพเจ้าสะเทือนใจในความพยายามอันแน่วแน่ จึงสั่งให้ลูกน้องของตนแบกภูเขาทั้งสองแยกออกจากกัน จากนั้นมาจึงปรากฏเป็นทางเดินระหว่างภูเขาทั้งสองลูก ทะลุผ่านตั้งแต่ตอนใต้ของจี้โจว ยาวไปจรดตอนใต้ของแม่น้ำฮั่นสุ่ย

แล้วก็จบนิทานเรื่องนี้โดยสมบูรณ์

นิทานเรื่องนี้จารึกไว้ในคัมภีร์ของเลี่ยจื่อ นักปรัชญาเต๋าสมัยราชวงศ์โจว เป็นนิทานปรัชญาสายเต๋าเมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว

สภาพภูมิประเทศที่ปรากฏในนิทานอ้างอิงสถานที่จริงในยุคโบราณ เป็นคำอธิบายภูมิศาสตร์แบบพื้นบ้านไปด้วยในตัว

ปัจจุบันมีคนเล่าเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขาหลายสำนวน บ้างตัดข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ไปให้สั้นกระชับ บ้างก็ตัดตอนท้ายช่วงเทพเจ้าสะเทือนใจช่วยย้ายภูเขาออกไป ให้เหลือแค่เรื่องราวที่ตรงกับคติสอนใจที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

ที่จริงก็ไม่แปลกนักที่เรื่องราวจบลงด้วยเรื่องเล่าเชิงอภินิหารจินตนาการ เพราะเป็นสไตล์นิทานปราชญ์เต๋ายุค 2,000 ปีที่แล้ว

อีกด้านก็เข้าใจได้ว่า ตัดไปดีกว่าเพราะว่าใช้สอนคนยุคปัจจุบัน หลีกเลี่ยงตรรกะงมงายไว้เป็นดี เพราะบางคนเห็นมีอภินิหารปนก็จะพาปฏิเสธคติสอนใจของทั้งเรื่อง หรืออาจกลายเป็นสอนให้คนหวังพึ่งทางลัดศักดิ์สิทธิ์

โดยเฉพาะจีนรุ่นใหม่ที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ขนาดหนังผี หรือรายการดูหมอดูดวง ยังไม่อนุญาตให้เผยแพร่ออกสื่อ อภินิหารตอนท้ายจึงมักถูกตัดออก

แต่ขนาดเหมาเจ๋อตงยังเคยใช้นิทานเรื่องนี้ฉบับรวมอภินิหารประกอบการปราศรัย

เมื่อครั้งที่พรรคคอมมิวนิสต์ใกล้จะยึดประเทศจีนได้สำเร็จในอีกไม่กี่เดือน เหมาเจ๋อตงปลุกเร้าหมู่มวลชน ว่า

“ลุงโง่โต้ตอบความคิดผิดๆ ของเฒ่าฉลาดให้ตกไปอย่างไม่โลเล ขุดภูเขาต่อไปไม่มีหยุด จนเทพเจ้าต้องสะเทือนใจ ส่งลูกน้องลงมาบนโลกเพื่อย้ายภูเขาทั้งสอง...” (ภูเขาสองลูกใหญ่อุปมาเป็นอเมริกากับเจียงไคเช็ก หรือไม่ก็จักรพรรดินิยมกับศักดินานิยม)

“พวกเราก็ต้องยืนหยัดต่อไปไม่หยุด พวกเราทำให้เทพเจ้าสะเทือนใจได้เหมือนกัน เทพเจ้านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เทพเจ้าก็คือประชาชนชาวจีน ประชาชนชาวจีนทั้งหลายจะลุกขึ้นมาขุดเขาทั้งสองลูก แล้วจะมีอะไรที่ขุดจนราบเรียบไม่ได้เล่า!”

เหมาเจ๋อตง ทำให้อภินิหารตอนท้าย กลายเป็นความเป็นจริงที่สัมผัสได้ ไม่เพ้อฝัน

ที่จริงเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขาก็ไม่ใช่แค่นิทานอุปมาอุปไมย เพราะบนโลกนี้ก็มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นที่อินเดีย

ลุงอินเดียท่านนี้ชื่อว่า ดาสราช แมนจิ อาศัยอยู่ในแค้วนมคธ รัฐพิหาร

ทุกวันที่ลุงแมนจิออกไปรับจ้าง เมียลุงแมนจิต้องขึ้นเขาไปหาน้ำหาอาหาร โชคไม่ดีที่วันหนึ่งเมียลุงแมนจิตกเขากระดูกข้อเท้าหัก รักษาได้แค่ตามมีตามเกิด จะไปหาหมอทีก็ไกล ต้องอ้อมเขาไป จึงเป็นแรงขับดันให้ลุงแมนจิตัดสินใจขุดภูเขาสร้างทาง

ลุงแมนจิขายแพะที่มีอยู่ไม่กี่ตัวไปซื้อค้อน ซื้อสิ่ว แล้วเริ่มขุดภูเขา

แม้ภรรยาลุงจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ 10 ปีแรกที่ลุงขุดภูเขา แต่ลุงแกก็ยังคงขุดต่อไป จนชาวบ้านที่เคยหัวเราะเยาะเริ่มสะเทือนใจออกทุนออกแรงช่วยแกบ้าง

อย่างไรก็ดี แกเป็นคนขุดหลักๆ อยู่คนเดียวตลอดมา เมื่อเวลาผ่านไปรวม 22 ปี เส้นทางนี้ก็สำเร็จ แม้เส้นทางที่แกขุดจะยาวเพียง 110 เมตร แต่ช่วยให้ระยะทางไปเมืองใหญ่ที่มีหมอและโรงพยาบาลที่เดิมต้องอ้อมถึง 73 กิโลเมตร เหลือระยะทางแค่กิโลเมตรเดียวเท่านั้น

คำปราศรัยของเหมาเจ๋อตง และเรื่องราวลุงแมนจิ ทำให้รู้ว่า อภินิหารจากเทพเจ้าไม่เคยมี แต่ปาฏิหาริย์จากการประกาศความตั้งใจจริงสามารถปรากฏขึ้นได้ในรูปแบบอื่น

และที่จริงลุงโง่ก็ไม่ได้โง่ ไม่ได้บุ่มบ่าม ลุงโง่แกก็ปรึกษาหารือคนในบ้าน แต่ลุงโง่แค่เริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายตรงไปตรงมา

คนจำนวนไม่น้อยจะเริ่มต้นทำอะไรด้วยการถามหาทางลัดหรือทางที่ง่ายที่สุดที่ฉลาดสุดแต่กลับวกวนมากขึ้น เช่น จะเรียนภาษาจีน แล้วเริ่มต้นด้วยชุดความคิดตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียนที่ว่า “ภาษาจีนมันยากและจำเยอะ...มีทางลัดในการเรียนการจำได้เร็วๆ มั้ย?”

คนเสนอหลักวิธีเรียนลัดมีมากมาย แต่สุดท้ายวิธีเรียนที่ดีที่สุด ก็คือ กระโจนลงไปเรียนแล้วหาทางลัดเอาระหว่างนั้น ไม่ใช่นั่งตั้งคำถามแล้วไม่เริ่มเรียนหรือโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ต่อหน้าสักที

หลายต่อหลายครั้งทางลัดที่สุดของชีวิต ก็คือ ความเรียบง่ายและความพยายามต่อเนื่องไม่หยุด… Just do it!

นิทานเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ดราม่าในเรื่องอภินิหาร แต่ยังมีประเด็นเรื่อง “รักษ์โลก”

มีนักประพันธ์กลอนหญิงชาวจีนท่านหนึ่ง ชื่อว่า ซีมู่หยง เคยกล่าวว่า อยากให้เอาเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขาออกจากแบบเรียนของเด็กจีน เพราะในสายตาเธอเห็นว่า เรื่องลุงโง่ย้ายภูเขาออกจะน่ากลัวและหฤโหดเกินไปสำหรับเด็ก เพราะมันแฝงไว้ซึ่งจิตใจที่ทำให้ภูเขาราบเรียบโดยแม้ตายไปก็ขออาศัยลูกหลานเหลนลื้อทำต่อเนื่องไม่มีหยุด ไม่ราบไม่เลิก “เพราะบางครั้งเราต้องเรียนรู้ที่จะยอมให้กับโลกและธรรมชาติบ้าง”

ที่จริงก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะนอกจากเขาที่ราบเลี่ยนเตียนโล่ง ดินที่ลุงโง่เอาไปถมทะเลป๋อไห่อาจกลายเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านริมทะเล

เอ...ถ้าอย่างนั้นจะเปลี่ยนแบบเรียนของนิทานเรื่องนี้เป็น “ลุงโง่ปลูกป่า” ก็ไม่เลว

ข่าวล่าสุด

แม็คโคร-โลตัส ผนึกกรมทรัพย์สินทางปัญญา ปั้นแหล่งรวมสินค้า GI อันดับ 1 ช่วยเกษตรกรไทยโตยั่งยืน