
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
เริ่มต้นสัปดาห์ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ
เริ่มต้นสัปดาห์ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ทำเนียบรัฐบาล และในช่วงเย็นวันเดียวกัน เวลา 16.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกล่าวปิดการประชุม “Thailand Sustainable Water Management Forum 2016” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
และในวันจันทร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ น่าติดตามผลการหารือระหว่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อจะนำช่องทีวีดิจิทัลที่ว่างอยู่นำมาจัดรายการเพื่อประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐ
ภายในสัปดาห์หน้าคาดว่ากระทรวงมหาดไทย เตรียมดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บริหารระดับสูงของ กทม. ในโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) ของ กทม.งบประมาณ 39.5 ล้านบาท ที่ติดตั้งไฟแอลอีดี 5 ล้านดวง ประดับตกแต่งลานคนเมืองในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ภายหลังที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมากดดันให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าว เพราะไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และน่าเชื่อว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
วันที่ 23 มิ.ย.จับตาผลการลงประชามติของชาวอังกฤษว่าสนับสนุนหรือคัดค้านการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ เพราะผลของการลงประชามติจะมีผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจยุโรปซึ่งส่งผลกระทบไปยังตลาดเงินและตลาดทุนโลก และจะเกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายรอบใหม่ ซึ่งปัจจัยผันแปรที่มีผลต่อการลงประชามติ คือ ความเห็นที่ขัดแย้งของคนในชาติ และการเสียชีวิตของนางโจ ค็อกซ์ สมาชิกรัฐสภาจากพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษที่เสียชีวิตจากการถูกมือปืนบุกยิง ขณะที่เธอรณรงค์สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อไป
นอกจากนี้ ในวันที่ 23 มิ.ย.คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมกัน ประเด็นที่จะมีการหารือ คือ จะทบทวนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอีกหรือไม่ หลังการส่งออกในไตรมาสแรกแย่เกินคาด และ
นักวิเคราะห์คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายต่อไป เพราะแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเริ่มที่จะสูงขึ้น







